เจียงตง นอกนครหลวงเทียนอู๋
เพียงเห็นเมฆดำบดบังเมือง เผยให้เห็นกองทัพใหญ่ตระการตา สุดสายตาคือผู้คนแน่นขนัด อาวุธส่องประกายเรียงราย ผู้ที่ยืนอยู่แถวหน้า คือบุรุษสง่างามผู้หนึ่ง
อ๋องพิทักษ์ทักษิณ อู๋ไท่อัน
นับตั้งแต่ได้รับสารเร่งด่วนจากรองมหาเสนาบดีหลี่ไท่อัน แล้วนำทัพเร่งรีบมายังนครหลวงเทียนอู๋ เวลานี้สภาพจิตใจของอู๋ไท่อัน อธิบายได้เพียงว่าห้าวหาญเกรียงไกร
ทว่าความภาคภูมิใจเหล่านี้กลับถูกเขาซ่อนไว้ลึกในใจ ภายนอกยังคงแสร้งทำเป็นทุกข์ร้อนยิ่งนัก เขาใช้ญาณทัศนะสอดส่องไปยังนครเทียนอู๋ ที่เพราะศึกประลองยุทธ์ทำให้วุ่นวายราวหม้อเดือด เต็มไปด้วยชีวิตพลุ่งพล่าน หมื่นสิ่งกำลังแย่งชิง อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจแรง ๆ ก่อนจะตบมือตนเองดังปัง
“ให้ตายเถอะ ราชสำนักเต๋าเหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้!”
ขณะที่ตำหนิ อู๋ไท่อันก็ยังไม่ลืมที่จะตะโกนในใจว่า
‘ดี! สู้ต่อไป! ฆ่ากันต่อไป!’
แม้เวลานี้เขาจะยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับรองมหาเสนาบดี รองมหาอุปราช และรองมหาอาจารย์ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็นเชื้อพระวงศ์แห่งนครหลวงเทียนอู๋ การร่วมมือกันชั่วครั้งชั่วคราว ย่อมมิอาจเปลี่ยนแปลงรากฐานของจุดยืนได้
ดังนั้น ถึงแม้จริง ๆ แล้วเขาจะมาถึงตั้งแต่เนิ่น ๆ เขาก็ยังจงใจรั้งเวลาไว้ รอจนกระทั่งคาดการณ์ได้ว่าเหล่าขุนนางถูกฆ่าตายหรือบาดเจ็บไปแล้วสี่ถึงห้าส่วน ที่ว่างในตำแหน่งขุนนางกำลังเหมาะเจาะพอดีที่จะให้เขาสอดแทรกคนของตนเองเข้าสู่ศูนย์กลางอำ