ามเงียบอีกครา ดูเหมือนโรงเตี๊ยมคงไม่ได้เตรียมการแสดงอะไรเอาไว้อีก
ฉินอินยืนขึ้นก่อนจะกล่าวกับพนักงานบริการ “ข้ากับท่านพี่เป็นนักแสดงที่เดินทางไปทั่วอาณาจักร…จะว่ากระไรหรือไม่หากพวกข้าอยากแดงให้ทุกคนได้รับชมสักบทเพลง?”
พนักงานมองฉินอินอย่างตกตะลึง แม้ใบหน้าของนางจะมีเครื่องหน้าแต่งแต้มอยู่ ก็ไม่สามารถปิดบังความงามข้างใต้นั้นได้ เขาจึงพยักหน้า “เชิญเลยแม่หญิง”
“ขอบพระคุณมาก”
ฉินอินมองมายังหลินมู่อวี่ด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นพลางหัวเราะเบาๆ “ถึงเวลาหาเงินแล้วเจ้าค่ะ ท่านพี่อย่าขี้เกียจเชียว เสี่ยวอินจะเล่นกู่ฉินให้ท่านพี่รำดาบนะเจ้าคะ…”
“ก็ได้…”
หลินมู่อวี่พยุงร่างตัวเองไปยังเวทีแสดงพร้อมกับฉินอินก่อนจะชักดาบสนิมเขรอะออกมา ทั้งคู่โค้งคำนับต่อหน้าผู้ชมและเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ข้าและน้องสาวเป็นนักแสดงที่ท่องไปทั่วอาณาจักรเพื่อตามหาฝัน เพลานี้เราอยากขอนำเสนอบทเพลงจากกู่ฉินและการรำดาบให้ทุกท่านได้รับชม หากพวกท่านพึงพอใจสามารถโยนเหรียญให้เราได้ หรือหากท่านไม่ชอบก็เชิญหัวเราะได้ตามสบายเลยขอรับ”
สายตาทุกคู่ในห้องโถงต่างจดจ้องไปยังฉินอินผู้เลอโฉม ใครจะสนชายหนุ่มผู้หล่อเหลากัน!
ฉินอินนั่งลงอย่างสง่างาม รัศมีความสูงส่งของเจ้าหญิงนี้ไม่สิ่งที่จะหาได้จากหญิงสาวทั่วไป นางคว้ากู่ฉินที่สะพายอยู่มาวงไว้บนตัก เพียงแค่ดีดแรก…เสียงทำนองอันนุ่มนวลก็อบอวลไปทั่วโรงเตี๊ยม มันไพเราะและลื่นไหลคล้ายกับจะสื่อบางสิ่งท