รเป็นอาวุธระดับปราชญ์ ส่วนดาบสะบั้นวาโยของข้าเป็นเพียงระดับนิลชั้นต้นเท่านั้น แค่เรื่องอาวุธข้าก็แพ้เจ้าแล้ว…”
หลินมู่อวี่จึงตอบกลับ “พี่เฟิงคงต้องยอมรับความพ่ายแพ้นี้ แล้วข้าจะช่วยหลอมดาบสะบั้นวาโยใหม่หลังจบการประลองยุทธ์ และยกระดับจิตวิญญาณดาบสะบั้นวาโยให้ถึงระดับปราชญ์ ทว่าพี่เฟิงห้ามบอกใครเด็ดขาด มิเช่นนั้นข้าจะต้องเดือดร้อนเป็นแน่”
เฟิงจี้สิงหัวเราะเบาๆ “เจ้าเด็กนี่ ข้ารู้แล้วว่าเจ้าเชี่ยวชาญด้านการหลอมอาวุธ เอาล่ะ ข้าสัญญา ตราบใดที่เจ้าสามารถหลอมดาบสะบั้นวาโยใหม่ให้เป็นระดับปราชญ์ได้ เช่นนั้นพี่เฟิงก็ไม่สนใจหากจะพ่ายแพ้ในการประลองยุทธ์ครานี้ มาเถิดอาอวี่ เราจะต่อสู้ให้เต็มที่ อย่ากังวลถึงสิ่งใดอีกเลย”
“ขอรับ!”
เฟิงจี้สิงส่งเสียงคำราม ก่อนที่หมาป่าเพลิงสายฟ้าสีม่วงจะคำรามก้องพร้อมประกายอสนีปกคลุมใบดาบ ทันใดนั้น! ก็ตวัดดาบโจมตีอย่างรุนแรง…พายุทะเลทรายคลั่ง!
หลินมู่อวี่คุ้นเคยกับท่านี้ดีจึงถอยออกมาพร้อมเรียกกำแพงน้ำเต้าสีทองอร่ามตระการตาออกมาทันที กระบี่วิญญาณมังกรสั่นเล็กน้อยราวกับกำลังต้อนรับการโจมตีสายฟ้าสีม่วงที่กำลังเข้ามา
‘เปรี้ยง!’
เกิดประกายไฟกระจายทั่วทิศ ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบจากการปะทะเมื่อครู่ ทั้งสองต่างก็ถูกกระแทกถอยหลัง
เฟิงจี้สิงแอบตกใจ ไม่คิดเลยว่าหลินมู่อวี่จะพัฒนาฝีมือได้เร็วถึงเพียงนี้ เมื่อครั้งที่พบกัน ณ ป่าล่ามังกรครั้งแรก เฟิ้งจี้สิงสามารถบดขยี้หลินมู่อวี่ไ