าจจะดีกว่าก็ได้
บริเวณด้านนอก เมื่อฉินจิ้น ฉินอิน ถังเสี่ยวซี ฉินเหลยและขบวนเสด็จมาถึงหน้าประตูตำหนักเจ๋อเทียน เหล่าประชาชนต่างมารวมตัวกันโห่ร้องกึกก้องไปทั่ว เพื่อโยนโฉมองค์จักรพรรดิและเจ้าหญิงของพวกเขา
“เตรียมพร้อมอารักขาองค์จักรพรรดิและองค์หญิงให้ดี!” ฉินเหลยตะโกนขึ้น
หน่วยองครักษ์มังกรและหน่วยองครักษ์พยัคฆ์แยกตัวทันทีที่ได้รับคำสั่ง เข้าห้อมล้อมขบวนเสด็จไว้ทั้งสี่ด้านเพื่อทำการอารักขาจักรพรรดิ เจ้าหญิง และบรรดาขุนนาง ทว่าการคุ้มกันในครั้งนี้ไม่มีการใช้โล่เพื่อให้ประชาชนได้ใกล้ชิดกับราชวงศ์ยิ่งขึ้น
เมื่อได้เห็นประชาชนทั้งหลายส่งเสียงให้กำลังใจ หลินมู่อวี่ก็รู้สึกตื้นตันเนื่องจากโอกาสจะเห็นภาพแบบนี้หาได้ยากนัก
ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์อินทรี ทำให้ตำแหน่งของหลินมู่อวี่นั้นอยู่ห่างไกลจากจักรพรรดิและฉินอินมาก เขาจึงต้องมาเดินกับเฟิงจี้สิงแทน ทั้งคู่จับด้ามอาวุธที่คาดไว้ตรงเอวขณะเดินไปด้วย ผ้าคลุมขาวที่สวมอยู่ก็ปลิวไสวไปตามแรงลมช่างเป็นภาพที่ดูสง่างามสมกับเป็นทหารกล้า
“ดูเหมือนจักรพรรดิของเราจะเป็นที่รักของคนได้ทั้งประเทศเลยนะ…” หลินมู่อวี่ยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ
เฟิงจี้สิงขยับริมฝีปากกล่าว “ตั้งแต่พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ก็ทรงปกครองไพร่ฟ้าด้วยความเป็นธรรมมาตลอด ทรงงานอย่างหนักเพื่อลดภาษีใช้จ่ายของประชาชน ลดสงครามภายในของแปดจังหวัดทางตอนเหนือ ทำให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างเป็นสุข พวก