ับให้ความรู้สึกกันเองมากกว่าฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน เฟิงจี้สิงกอดอกพร้อมกล่าวว่า “บัดซบ!…งูมังกรของชางไป๋เฮ่อเกือบจะทำให้ข้าพิการ…พลังยุทธ์ขอบเขตนภาชั้นที่สองยังคงอ่อนแอเกินไป…”
“พี่เฟิงเข้าสู่ขอบเขตนภาชั้นที่สองแล้วหรือขอรับ?” หลินมู่อวี่ถามด้วยรอยยิ้ม
“ใช่!”
เฟิงจี้สิงยกแขนขึ้นและปล่อยปราณยุทธ์เป็นเกราะรอบฝ่ามือ “เจ้าไม่เห็นเกราะปราณยุทธ์ของข้าระหว่างการต่อสู้กับงูมังกรหรือ?”
“โอ้…ข้ามิทันได้สังเกต…”
“เจ้าเด็กนี่…” เฟิงจี้สิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว ทุกอย่างต้องขอบคุณโอสถฝันคืนสู่สูงสุดของเจ้า มิเช่นนั้นฉินเหลยและข้าคงมิสามารถเข้าสู่ขอบเขตราชันสวรรค์ได้ ฮ่าๆ…ขอบคุณเจ้ามากอาอวี่!”
“พูดเกินไปแล้วขอรับ”
“ไม่เลย โอสถฝันคืนสู่สูงสุดเป็นโอสถที่หายสาบสูญเป็นเวลานาน แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับราชาโอสถก็มิสามารถปรุงมันได้ ข้าเกรงว่าแม้แต่คุณหนูฉู่เหยาก็คงไม่สามารถ…นี่เจ้าแอบซ่อนทักษะมากมายถึงเพียงไหนกัน?”
“ฮ่าๆ…” หลินมู่อวี่เกาหัวอย่างอึดอัด “ทุกคนต่างก็มีความลับ เช่นนั้นอย่าถามข้ามากเลยขอรับ…ทักษะการปรุงโอสถของข้าเป็นเพียงการเล่นกล ไม่คุ้มค่าที่จะถามแม้แต่น้อย พี่เฟิงอย่าได้ถามข้าอีกเลย”
“อืม!”
เฟิงจี้สิงนอนลงบนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียว เห็นได้ชัดว่าอาการบาดเจ็บของเขาร้ายแรงที่สุด เนื่องจากเขาเป็นผู้ยืนหยัดต่อสู้กับงูมังกรนานที่สุด งูมังกรอายุหนึ่งหมื่นสองพันสามร้อยปีมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าขอบเขตปรา