อคือเจิ้งอี้ฝานและชางไป๋เฮ่อ
ฉู๋หว๋ายเหมี่ยนรีบนำกององครักษ์อวี้หลินมุ่งสู่ร้านค้าแห่งจักรวรรดิในเมืองหลันเยี่ยนตามหลินมู่อวี่ไป ด้วยเหตุนี้ทหารบางคนจึงต้องกินข้าวบนหลังม้าไปพลาง
สภาพอากาศช่วงบ่ายที่ร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีคูณมากขึ้นไปอีกเมื่อเข้าสู่เมืองหลันเยี่ยน ฉู๋หว๋ายเหมี่ยนมองกลุ่มคนที่ผ่านไปมาก่อนจะตามหลินมู่อวี่ไป เขาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “อาอวี่…ครานี้เจ้าหลอมอาวุธได้หลายชิ้น คงได้เงินไม่น้อยใช่หรือไม่?”
หลินมู่อวี่ลูบจมูก “คงมากโขขอรับ…สำหรับข้าความมั่งคั่งก็คือทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ข้าจึงไม่ได้ใส่ใจนัก”
“แล้วเจ้าคิดจะเอาเงินที่ได้ไปใช้ทำสิ่งใด?” ฉู๋หว๋ายเหมี่ยนถาม
หลินมู่อวี่นิ่งเงียบและลังเลไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้ายังไม่ได้คิดเลยขอรับ ท่านมีสิ่งใดแนะนำหรือไม่?
ฉู๋หว๋ายเหมี่ยนยิ้ม “คงไม่มีสิ่งใดแนะนำเจ้าได้ เพราะข้าไม่เคยมีเงินทองมากเท่านี้…จึงไม่รู้ว่าควรจะใช้มันทำสิ่งใดถึงจะดี”
“เช่นนั้นสิขอรับ…”
ไม่นานพวกหลินมู่อวี่ก็มาถึงร้านค้าแห่งจักรวรรดิ มีรถม้าสวยงามหรูหราหลายคันที่บรรทุกพวกชนชั้นสูงจอดอยู่เต็มหน้าร้าน หลินมู่อวี่สังเกตเห็นดอกหยินสีม่วงที่เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงปักบนผ้าม่านรถม้า หมายความว่าในกลุ่มนี้มีเจ้าหน้าที่อย่างน้อยระดับสามมาที่งานประมูลด้วย
หลินมู่อวี่พาองครักษ์อวี้หลินสิบคนเข้าไปในงานด้วย จินเสี่ยวถังเข้ามาทักทายและนำทางทั้งหมดลงไปชั้นล่างของร้า