ังยิ่งใหญ่ใดสถิตอยู่จริง แต่รัชทายาทหลงซิงก็ยังรู้สึกถึงความสุขสำราญที่ไม่เคยมีมาก่อน แผ่ซ่านไปทั่วดวงจิต
ท้ายที่สุดนี่ก็คือการล่วงเกินอันแท้จริง หากผู้ใดล่วงรู้ ต่อให้เป็นรัชทายาทก็ย่อมถูกถอดถอนตำแหน่งเป็นแน่ เพียงเพราะตูฮ่วนเป็นผู้เสนอ และรัชทายาทหลงซิงก็อดใจคันคะเยอไม่ไหว จึงถือโอกาสทำตาม มิฉะนั้นย่อมไม่มีวันกล้า
ทว่าในยามนั้นเอง—
“ท่าน…รัชทายาท” เซียวซานก้าวฉับเข้ามา คารวะแล้วเอ่ยว่า “ท่านรองมหาเสนาบดีกำลังอยู่หน้าท้องพระโรงเทียนอู๋ ประสงค์ขอเข้าเฝ้ารัชทายาท”
“อะไรนะ?”
เพียงคำพูดนี้ ก็ทำให้องค์รัชทายาทหลงซิงหวนคืนสู่ความเป็นจริงโดยพลัน สัญชาตญาณอยากลุกขึ้น แต่กลับถูกตูฮ่วนกดให้นั่งต่ออย่างเด็ดขาด
“ออกไปถ่ายทอดคำ ว่ารัชทายาทเพิ่งเสด็จเข้าประทับในท้องพระโรงเทียนอู๋ เหน็ดเหนื่อยอยู่ ไม่สะดวกพบเขา”
รัชทายาทหลงซิงก็รู้สึกว่าคำนี้ถูกใจนัก
ตนกำลังเสวยสุขอยู่แท้ๆ หลี่ไท่อันจะเข้ามาก่อกวนไปเพื่อสิ่งใด ไม่พบก็คือไม่พบ อย่างไรก็ยังมีโอกาสอีกมาก พรุ่งนี้ค่อยเจอก็ไม่สาย
สิ่งที่ทำให้รัชทายาทหลงซิงพอใจยิ่งกว่านั้นคือ แม้ตูฮ่วนจะเป็นผู้สั่งตรง แต่เซียวซานกลับไม่รีบลงมือ หากแสดงท่าทีเคารพ มองมายังตนอย่างนอบน้อม ชัดเจนว่าสรรพข้าราชการกรมพระนครบาลยังคงฝักใฝ่ฝั่งตน รู้ว่าผู้ตัดสินใจที่แท้คือใคร จึงไม่กล้ากระทำการพลการ
ครั้นคิดได้ดังนี้ รัชทายาทหลงซิงก็พยักหน้าช้าๆ
“อืม ไปถ่ายทอดคำสั่ง”
เซียวซานจึง