ารก็เป็นคน และก็เป็นลูกสาวของคนอื่นเช่นกัน พวกนางไม่สมควรจะได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ กระหม่อมทราบดีว่าตัวเองละเมิดกฎกองทัพ แต่กระหม่อมไม่คิดว่าตัวเองทำความผิดอะไร เป็นกฎของกองทัพต่างหากที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง การชุบเลี้ยงหญิงรับใช้ค่ายทหารสามารถยกระดับอานุภาพการสู้รบของกองทัพแห่งจักรวรรดิได้จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าว่าอะไรนะ”
ฉินจิ้นทรงเลิกพระขนง เผยให้เห็นว่าพระองค์ทรงกำลังกริ้ว
เจิ้งอี้ฝานหัวหน้าของกลุ่มขุนนางที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดก้าวเท้าออกมา พร้อมเอ่ยขึ้น “ฝ่าบาท หลินมู่อวี่ไม่เห็นกฎระเบียบของกองทัพอยู่ในสายตา ตามหลักแล้วสมควรถูกประหาร กฎระเบียบเรื่องหญิงรับใช้ค่ายทหาร เทพสงครามเซี่ยงเหวินเทียนเป็นผู้บัญญัติขึ้นด้วยตัวเองเมื่อกาลก่อน หลายปีมานี้ภายในกองทัพก็เป็นไปได้ด้วยดี แต่เจ้าเด็กนี่กลับบังอาจเคลือบแคลงสิ่งที่ท่านเซี่ยงเหวินเทียนคิดวางเอาไว้อย่างดี และยังกล้าที่จะยอกย้อนฝ่าบาท ช่างบังอาจนัก!”
ฉินจิ้นตรัสด้วยพระสุรเสียงเรียบเฉย “เสนาบดีเจิ้งกล่าวถูกต้อง หลินมู่อวี่ เจ้ายังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่”
หลินมู่อวี่จิตใจหนักอึ้ง จักรพรรดิพระองค์นี้คิดจะฆ่าเขาจริงๆ หรือ
“กระหม่อมมิมีสิ่งใดจะกล่าวพ่ะย่ะค่ะ”
เขาพูดเสียงเรียบ จะเถียงต่อไม่ได้ คนฉลาดก็ควรจะมีวิธีการที่ฉลาด แทนที่จะโต้เถียงกับจักรพรรดิและถูกฆ่าอยู่ที่นี่ มิสู้กล้ำกลืนความอัปยศอดสูไว้ก่อนจะดีกว่า รอจนถึงเวลาที่แข็งแกร่งมากพอค่อ