ินมู่อวี่อย่างรุนแรง เสียง “เปรี้ยง” ดังขึ้น หลินมู่อวี่กระเด็นไปลงกับพื้น กำแพงน้ำเต้าสลายไปทันที เมื่อเผชิญหน้ากับพลังโกลาหล พลังการป้องกันของน้ำเต้านั้นคล้ายจะไร้ประโยชน์เสียแล้ว
……
“พลั่ก…”
เซี่ยงอวี้ร่วงลงพื้นอย่างแผ่วเบา นวดแขนที่ชาอยู่เล็กน้อย ปราณยุทธ์เขายังคงทรงพลังอยู่เหมือนเดิม เขาหัวเราะเฮอะๆ เดินเข้าไปหาหลินมู่อวี่ แล้วพูดขึ้น “พวกเจ้าสองคนร่วมมือกัน ก็ไม่เห็นจะเท่าไร!”
หลินมู่อวี่แบมือออกเรียกกระบี่เหลียวหยวนกลับมา เขาจับกระบี่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน ใบหน้ามอมแมมไปด้วยขี้เถ้า ชุดขาวด้านหลังเปื้อนขี้เถ้าจากเปลวเพลิงมากมาย
และในตอนนี้เอง ที่ด้านหลังของเซี่ยงอวี้ปรากฏแสงสีทองขึ้น นั่นคือประกายแสงของโซ่เทวะ ฉินเหลยปรากฏกายขึ้น!
ดาบอัสนีทลายเปล่งแสงอัสนี ฉินเหลยลงจากหลังม้าแล้วกระโจนเข้ามาทันที บนดาบมีเงาแสงเจิดจ้า ตรงแทงเข้าไปที่ปราณยุทธ์คุ้มกายของเซี่ยงอวี้—แยกอัสนีบาต!
ดาบนี้รวดเร็วมาก และก็รุนแรงมากเช่นกัน
“เปรี้ยง!”
เซี่ยงอวี้รีบถอยหลัง อาศัยแรงจากดาบถอยร่นไปสิบเมตร ใบหน้าเต็มไปด้วยความแค้น เอ่ยขึ้น “ท่างอ๋องน้อยฉินเหลย ท่านคิดจะเป็นศัตรูกับข้าอย่างนั้นหรือ”
ฉินเหลยถือดาบอัสนีทลาย สีหน้าอึมครึ้ม “เฟิงจี้สิงและหลินมู่อวี่คือพี่น้องของข้า เจ้าคิดจะลงมือกับพวกเขา ก็ถามดาบอัสนีทลายของข้าเสียก่อน”
“งั้นหรือ”
เซี่ยงอวี้เลิกคิ้วคมขึ้น ท่าทางคลุ้มคลั่ง ยิ้มพูด “เช่นนั้นท่านอ๋อ