ยก็พุ่งเข้ามาในวิหารศักดิ์สิทธิ์ ในมือแต่ละคนถือหอกเหล็กยาวอย่างน้อยสามเมตร หอกเหล็กของคนจำนวนไม่น้อยยังปรากฏพลังวิญญาณยุทธ์ขึ้นมาด้วย
จางเหว่ยเห็นสถานการณ์จึงรีบกล่าว “ท่านหลินจื้อระวังด้วย ทหารม้าเกราะดำของค่ายเสินเวยนั้นถูกขนานนามว่าเป็นทหารม้าอันดับหนึ่งในใต้หล้า!”
หลินมู่อวี่เองก็ทราบถึงความร้ายกาจ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก หากเขาหนีไป กลุ่มทหารรักษาการณ์และครูฝึกของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ฝีมือด้อยกว่าด้านหลังเขา อาจจะกลายเป็นเป้าสังหารของค่ายเวยเสินได้ และซือหนานคงก็นำสิ่งที่เรียกว่า “หลักฐานความผิด” มาด้วย น่าจะเตรียมการทั้งหมดไว้แล้ว ทหารรักษาการณ์วิหารและครูฝึกถูกสังหารก็คือตายเปล่า และอาจจะถูกตัดสินว่าปกป้องนักโทษอุกฉกรรจ์
“วิ้ง วิ้ง วิ้ง…”
กำแพงน้ำเต้าที่อยู่รอบตัวพลิ้วไหวช้าๆ มีดเสียงปีศาจยังคงหมุนอยู่กลางอากาศอย่างรวดเร็ว หลินมู่อวี่คว้ากระบี่เหลียวหยวนที่หมุนกลับมา สองมือจับกระบี่เหลียวหยวนแล้วพุ่งออกไป ด้านหน้ามีทหารม้าสิบกว่านายพุ่งเข้ามา และเมื่อเข้ามาใกล้ต่างก็ยกหอกเหล็กขึ้นแทงกำแพงน้ำเต้า น้ำหนักของทหารม้ารวมกับม้าศึกที่หนักกว่าร้อยกิโลกรัมรวมกับพลังโจมตีที่เกิดจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงแค่คิดก็รู้แล้ว
“เปรี้ยงงง…”
กระดองเต่าทมิฬชั้นนอกถูกแทงทะลุอย่างรวดเร็ว หลินมู่อวี่โน้มตัวแล้วก็แทงกระบี่เหลียวหยวนเข้าที่ร่างของทหารม้านายหนึ่ง จากนั้นหมุนตัว ปราณยุทธ์ระเบิดออก ท