จนพูดไม่ออกแล้ว ในกองทหารพันนายนี้มีทหารมากกว่าครึ่งที่มีวิญญาณยุทธ์ และยอดฝีมือที่เข้าสู่ขอบเขตปฐพีแล้วก็มีจำนวนหลายสิบคน มิน่าถึงได้มีคำร่ำลือว่า ทหารของค่ายเสินเวยห้าพันนายก็สามารถต้านกองทัพใหญ่ของกองกำลังรักษาพระองค์สามหมื่นนายได้
“ปลดอาวุธพวกมันซะ!”
ซือคงหนานแผดเสียง ปราณยุทธ์บนกระบี่ก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“ชิ้ง!”
ในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดนี้ หลินมู่อวี่ก็ชักกระบี่เหลียวหยวนออกมาในบัดดล ปราณยุทธ์ไหลเข้าสู่กระบี่ วิญญาณมังกรไฟในกระบี่เหลียวหยวนส่งเสียงคำรามออกมา เปลวไฟแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นความร้อนพัดออกไปรอบทิศ พลันทำให้ทหารค่ายเสินเวยที่อยู่ด้านหน้าต้องถอยออกไปหลายก้าว แค่กลิ่นอายอันทรงพลังของหลินมู่อวี่ พวกเขาก็มิอาจทนรับได้
“พวกเราคือคนของวิหาร ผู้ใดกล้าปลดอาวุธของพวกเรา ก็ลองเข้ามา! หากพวกเจ้าคิดจะเอาอาวุธของทหารแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ไปละก็ ข้ามศพข้าไปก่อน มิเช่นนั้นก็อย่าได้หวัง!”
แววตาหลินมู่อวี่เย็นเยียบ วิญญาณยุทธ์น้ำเต้าสีครามก็ปรากฏขึ้น แปรเปลี่ยนเป็นกำแพงป้องกันอยู่ด้านนอกชุดศึกของวิหาร
ซือคงหนานยิ้มเยาะและพูดขึ้น “หลินจื้อ วิญญาณยุทธ์ระดับสิบที่ต่ำต้อยของเจ้า ยังกล้าที่จะเอาออกมาแสดงอีกหรือ เจ้าไม่กลัวผู้อื่นจะหัวเราะจนฟันหักเลยสินะ ทหาร ปลดอาวุธของมันให้จงได้!”
กลุ่มทหารค่ายเสินเวยทยอยดาหน้ากันเข้ามา ทุกคนจับกระบี่ไว้ในมือ วิญญาณยุทธ์ส่งเสียงหวีดหวิว นาทีต่อมา ปราณกระบ