้งหมดของตัวเองจริงๆ ดังนั้นแพ้ชนะจึงยากจะคาดเดา ที่สำคัญกว่านั้นก็คือเฟิงจี้สิงมีฐานะเป็นผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ มีประสบการณ์การต่อสู้มานับไม่ถ้วน แค่เรื่องประสบการณ์การต่อสู้ก็เกรงว่าจะชนะหลินมู่อวี่ไปมากแล้ว
ด้วยเหตุนี้จึงยิ้มกล่าว “ไม่ทราบเหมือนกัน เฟิงจี้สิงเป็นพี่ใหญ่ที่ทำให้ข้าเคารพตลอดชีวิตผู้หนึ่ง ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนก็เป็นพี่ชายของพี่ฉู่เหยา ก็เป็นพี่ใหญ่ของข้า ไม่ว่าใครจะแข็งแกร่งกว่า ข้าคิดว่าชั่วชีวิตนี้พวกเราคงไม่มีโอกาสที่จะหันอาวุธเข้าหากันเอง”
“อืมๆ”
ฉู่เหยายิ้ม “เจ้ายังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม เย็นนี้กินข้าวเป็นเพื่อนข้า เป็นอย่างไร”
“ได้ ข้าเลี้ยงท่านนะ”
“ตกลง!”
ฉู่เหยาในวันนี้เป็นปราชญ์โอสถของสมาพันธ์โอสถแล้ว เงินเดือนนั้นไม่ได้แย่ แต่รายได้ของหลินมู่อวี่นั้นสูงกว่า ขอเพียงเขายินยอม อาศัยเพียงวิชาปรุงโอสถ วิชาหลอมอาวุธอย่างใดอย่างหนึ่งก็สามารถกลายเป็นเศรษฐีในเมืองหลันเยี่ยนได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่เงินทองสำหรับเขานั้นเป็นเพียงแค่ตัวเลข ไม่มีความหมายอะไร มีเงินมากแล้วอย่างไร พลังที่แข็งแกร่งนั้นถึงจะสำคัญที่สุด
เขาพาฉู่เหยามากินอาหารอร่อยในตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่งข้างถนนทงเทียน จากนั้นก็ไปสมาคมการค้าแห่งเมืองหลวงด้วยกันกับนาง สมาคมการค้าแห่งเมืองหลวงในยามค่ำคืนนั้นยิ่งคึกคัก รอบสมาคมเป็นร้านอัญมณี จำหน่ายอัญมณีที่สวยสดงดงามนานาชนิด ของเหล่านี้เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าฮูหยินและคุ