ย”
“เยี่ยมไปเลย!”
จางเหว่ยตื่นเต้น เดิมทีอยากจะลุกขึ้นมานั่ง แต่แผ่นหลังนั้นไร้เรี่ยวแรง ผลสุดท้ายกระเสือกกระสนอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยิ้มอย่างเขินอาย “ข้าจางเหว่ยเป็นคนหยาบกร้าน พูดขอบคุณไม่เป็น นับแต่วันนี้ไป ชีวิตของข้าจางเหว่ยก็เป็นของท่านหลินจื้อ!”
“ไม่ต้องหรอก พวกเราเป็นสหายกัน รับใช้วิหารศักดิ์สิทธิ์ด้วยกัน นี่เป็นสิ่งที่ข้าควรจะทำ”
เหลยหงกล่าว “จางเหว่ย หลินจื้อเพิ่งจะกลับมาถึงวิหารศักดิ์สิทธิ์ ตอนที่เขาไปหาสมุนไพรถูกลอบทำร้าย ได้รับบาดเจ็บหนัก ไม่อาจอยู่ที่นี่นานได้ ให้เขากลับไปพักผ่อนเถอะ”
“เอ๊ะ?” จางเหว่ยตะลึงตกใจ พยายามประสานมือกล่าว “งั้น…ท่านหลินจื้อท่านกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
“อืม”
หลังจากออกมาจากห้อง เหลยหงและหลินมู่อวี่เดินคู่กันมาตามระเบียงทางเดินในวิหาร และพูดขึ้น “อาอวี่ ตามหลักแล้วถึงเจ้าจะเข้าสู่ขอบเขตนภา ก็ไม่อาจหยุดยั้งชางไป๋เฮ่อขอบเขตปราชญ์ไม่ให้สังหารเจ้าได้กระมัง บอกข้ามาเร็วว่าพวกเจ้าหนีมาได้อย่างไรกัน”
แน่นอนว่าหลินมู่อวี่เล่าเรื่องพลังของราชาปีศาจเจ็ดประทีปไม่ได้ จึงพูดว่า “พวกข้าออกเดินทางกันสี่คน นอกจากข้าแล้วยังมีฉินอิน ถังเสี่ยวซีและฉินเหลย ฉินเหลยเป็นผู้บัญชาการทหารองครักษ์อวี้หลิน มีพลังอันน่าตกตะลึง แล้วยังมีโซ่เทวะของสายเลือดมังกร ดังนั้นจึงพอรับมือชางไป๋เฮ่อได้อยู่นิดหน่อย และตอนที่พวกเราใกล้จะสู้ไม่ไหวแล้วนั้น…ท่านปู่ชวีฉู่ก็ปรากฏตัว”
“หืม?” เหลยหงอด