จะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”
“ขอบคุณท่าน ข้าน้อยจะร่างหนังสือเดี๋ยวนี้!”
……
กลางดึก หลินมู่อวี่และจางเหว่ยสวมชุดเครื่องแบบของวิหารศักดิ์สิทธิ์ขึ้นม้าศึกแล้วพุ่งออกไปบนถนนทงเทียน พวกเขาขี่ม้าออกไปนอกเมือง ทั้งสองคนไม่พูดไม่จา เรื่องเดียวที่พวกเขาต้องการทำก็คือกำจัดคนชั่วกวาดล้างคนเลว ไม่ให้เจิ้งฟางอาศัยอำนาจทำความชั่วในวิหารศักดิ์สิทธิ์และเมืองหลันเยี่ยน
เหลยหงมองตามสองคนนั้นอยู่ไกลๆ ครั้งนี้เพื่อที่จะสนับสนุนพวกเขา เหลยหงเทหมดหน้าตัก ในฐานะผู้ดูแลอาวุโสแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ ซ่อนเร้นความสามารถ และอยู่อย่างปลอดภัยมาหลายปีขนาดนี้ ไม่นึกว่าตอนนี้จะทำเรื่องนอกกรอบเช่นนี้ได้ แม้แต่ตัวเหลยหงเองยังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยังอารมณ์ดีอยู่ เขามองเห็นความทระนงและไม่ยอมงอในสมัยก่อนของตัวเองบนตัวหลินมู่อวี่ เพียงแต่ใต้กาลเวลาที่ผันผ่าน คมดาบของตนถูกลมพัดจนไร้คมเเล้ว ตอนนี้พอมองหลินมู่อวี่ จึงอดคิดถึงตัวเองในสมัยก่อนไม่ได้
“อาอวี่ เจ้า…”
เขาถอนหายใจเบาๆ แต่จู่ๆ ในใจกลับรู้สึกโล่งสบายขึ้นมา รู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เหมือนแสงอรุโณทัยที่ส่องท้องฟ้ามืดมิดที่ปกคลุมจักรวรรดิมานานนับพันปีให้สว่างขึ้น