ตอนนี้เขารับหน้าที่เป็นผู้ช่วยฝึกอยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ ข้าน้อยอยากขอเสนอให้อาอวี่เข้ากองทัพอวี้หลิน และเป็นหนึ่งในองครักษ์อวี้หลิน ไม่ทราบว่าพระองค์มีความเห็นประการใดพ่ะย่ะค่ะ”
“องครักษ์อวี้หลินหรือ”
ฉินอินอ้าปากน้อยๆ เหมือนมีอะไรจะพูด ผ่านไปหลายวินาทีถึงได้แก้มแดงแล้วเอ่ยขึ้น “ผู้บัญชาการเฟิง จำนวนคนขององครักษ์อวี้หลินเสด็จพ่อทรงแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง ปกติข้าก็แทบจะไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถือเสียว่าข้าน้อยไม่เคยพูดเรื่องนี้ก็แล้วกันพ่ะย่ะค่ะ!” เฟิงจี้สิงหัวเราะเสียงดัง
หลินมู่อวี่ถาม “องครักษ์อวี้หลิน ดีกว่าตำแหน่งที่วิหารศักดิ์สิทธิ์หรือขอรับ”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนอดหัวเราะไม่ได้ มองเจ้าเด็กโง่คนนี้ก่อนเอ่ย “อาอวี่ การป้องกันและรักษาความปลอดภัยของตำหนักเจ๋อเทียนเป็นหน้าที่ขององครักษ์อวี้หลิน อีกทั้งองครักษ์อวี้หลินยังมีโอกาสได้เลื่อนยศเป็นองครักษ์อวี้หลินชุดขาวอีกด้วย และทำหน้าที่อารักขาข้างกายองค์จักรพรรดิและองค์หญิง เป็นเกียรติยศอันสูงสุด ตอนนี้ทั้งจักรวรรดิมีองครักษ์อวี้หลินชุดขาวทั้งหมดแค่หกคน นั่นก็คือชวีฉู่ เหลยหง ตู้ไห่ ฉินเหลย เหยาเยวียนและเฟิงจี้สิง พวกเขาทุกคนต่างเป็นบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ หากเจ้าสามารถเข้าไปเป็นองครักษ์อวี้หลิน ก็จะดีมากเลยล่ะ!”
หลินมู่อวี่เข้าใจในทันที คนที่กำลังนั่งอยู่มีองครักษ์อวี้หลินชุดขาวถึงสองนาย! ที่แท้สถานะของเฟิงจี้สิงและฉินเหลยก็