ร้านศาสตราวุธว่านเซิ่งทันที รู้สึกดีอกดีใจอย่างยิ่ง เพราะตนเองทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผู้เฒ่ากระบี่สำเร็จ กระบี่เหลียวหยวนที่หลอมขึ้นใหม่กลายเป็นอาวุธกึ่งเทพระดับนิลขั้นที่ห้า คราวนี้ผู้เฒ่ากระบี่คงจะถ่ายทอดวิชากระบี่ระดับสูงให้กับตนตามที่สัญญาได้แล้วกระมัง”
เช้าตรู่ ร้านศาสตราวุธว่านเซิ่งเพิ่งเปิดทำการ ตอนที่หลินมู่อวี่ก้าวขาเข้าไปนั้นก็เห็นผู้เฒ่ากระบี่ในชุดสีขาวยืนอยู่บนยอดกิ่งไม้มาแต่ไกล ท่าทางสง่างามประดุจเซียน ปลายเท้าเหยียบอยู่บนยอดกิ่งอ่อน กระบี่ยาวบินวนรอบกายอย่างเชื่องช้า เขากำลังดูดซับไอวิญญาณจากแสงอรุณ ขณะสูดลมหายใจเข้าออกท่วงท่าดุจดั่งยอดฝีมือระดับปรมาจารย์
สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าผู้เฒ่ากระบี่ผู้นี้เป็นใคร แต่อย่างน้อยหลินมู่อวี่ก็มั่นใจว่าพลังของผู้เฒ่ากระบี่ไม่เป็นรองเหลยหงและชวีฉู่อย่างแน่นอน บางทีอาจเป็นยอดฝีมือที่มีจำนวนนับนิ้วได้ของจักรวรรดิ เพียงแต่มาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ไม่มีใครรู้จักก็เท่านั้น
หลินมู่อวี่ไม่ได้รีบเข้าไปขัดจังหวะ แต่ประคองกระบี่เหลียวหยวนไว้ และยืนบนทางเดินหินเงียบๆ มองผู้เฒ่ากระบี่ฝึกลมหายใจ
เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง พระอาทิตย์ลอยขึ้นสูง ไอวิญญาณในแสงอรุณค่อยๆ ถูกแผดเผาจนสลายไป ในที่สุดผู้เฒ่ากระบี่ก็ลืมตาขึ้นช้าๆ มองเด็กหนุ่มที่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาชื่นชม ยิ้มเอ่ย “จอมยุทธ์น้อย เจ้าทำสำเร็จแล้วหรือ”
“ขอรับ”
หลินมู่อวี่กระโดดไปด้านหน้า มือประคองกระบี่