ุณสมบัติข้อที่หนึ่งและสองครบ แต่ต้องขอโทษด้วย ที่เงื่อนไขข้อที่สามเจ้าไม่ผ่าน ความรู้ด้านกระบี่เเม้แต่เรื่องผิวเผินเจ้ายังไม่รู้ เจ้ากลับไปตั้งใจฝึกตนเถอะ วันหน้าถ้ามีฝืมือพอค่อยมาประลองแลกเปลี่ยนฝีมือกับข้า เป็นอย่างไร”
หลินมู่อวี่ยังไม่ยอมแพ้ “หากข้าเชี่ยวชาญทักษะกระบี่ขั้นสูงสุดแล้ว ถึงอยากจะกลับมาก็คงไม่จำเป็นต้องมาให้ท่านดูถูกถึงที่นี่หรอก”
ผู้เฒ่ากระบี่ปรบมือหัวเราะ “จอมยุทธ์น้อยช่างเป็นคนเถรตรงเสียจริง! ถ้าไง…เอาแบบนี้ก็แล้วกัน พื้นฐานของจอมยุทธ์น้อยจัดว่าไม่เลวทีเดียว อยากจะเรียนทักษะควบคุมกระบี่ของข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”
“เงื่อนไขอะไรหรือ”
“นำศาสตราวุธระดับเทพที่จะทำให้ข้าถูกใจมาหนึ่งอย่าง!”
หลินมู่อวี่ชะงัก “กระบี่เหลียวหยวนของข้า พอได้ไหมขอรับ”
“กระบี่เหลียวหยวนเป็นแค่อาวุธระดับภูตขั้นที่สาม ยังไม่จัดเป็นศาสตราวุธขั้นเทพ สิ่งที่จอมยุทธ์น้อยนำมาจะต้องเป็นอาวุธหลอมวิญญาณระดับนิลเป็นอย่างน้อย ว่าอย่างไร”
หลินมู่อวี่สูดหายใจเข้าลึก แล้วพยักหน้าตอบ “เช่นนั้นข้าจะหลอมกระบี่เหลียวหยวนใหม่ บางทีอาจจะใช้ได้กระมัง”
“หลอมกระบี่เหลียวหยวนใหม่?”
ผู้เฒ่ากระบี่อดตะลึงนิ่งไปไม่ได้ “หรือว่าจอมยุทธ์น้อยจะเป็นช่างตีอาวุธด้วย”
“จะว่างั้นก็ได้!”
“ฮ่าๆ เช่นนั้นก็ยิ่งดีเลย หากเจ้าสามารถตีอาวุธระดับนิลขึ้นใหม่ได้จริง ข้าก็เต็มใจสอนทักษะควบคุมกระบี่ทั้งหมดให้เจ้า เป็นอย่างไร”
ผู้เฒ่ากระบี่ผู้นี้ห