หลังจากฝึกทักษะกระบี่วายุติดต่อกันห้าครั้ง เขาก็ถอนหายใจออกมา จากนั้นกลับไปฝึกปราณบนเตียงหินอีกครั้ง ระดับความแข็งแกร่งของปราณในร่างกายของตนเองยังแข็งแกร่งไม่พอ!
นอกหน้าต่าง ดวงจันทร์สว่าง ดวงดาวน้อยนิด พริบตาก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว
“ซ่า ซ่า…”
เกิดเสียงเบาๆ ขึ้น เขาลืมตาและมองไปทางประตูหิน เหมือนมีกลิ่นอายเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หรือว่าปู่เหลยหงจะมาแอบดูการฝึกของเขาอีกแล้ว
พอนึกถึงเหลยหง หลินมู่อวี่รู้สึกทั้งโมโหและขัน ความจริงเหลยหงเหมือนกับเด็กหัวรั้น เขาสนุกที่ได้พนันกับสหายรุ่นเดียวกันอย่างชวีฉู่และเกอหยาง และยังดูแลตัวเขาเป็นพิเศษด้วย แม้ตอนกลางวันตนเองเกือบได้รับบาดเจ็บ แต่ความรับผิดชอบนี้ไม่ได้อยู่ที่เหลยหง เหลยหงเป็นผู้ดูแลอาวุโสแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ และยังเป็นหนึ่งในหกองครักษ์อวี้หลินชุดขาวแห่งจักรวรรดิฉิน แน่นอนว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมายจักรวรรดิอย่างเข้มงวด
ทัศนวิสัยต่างกัน สิ่งที่เห็นย่อมต่างกันเป็นธรรมดา หลินมู่อวี่ที่มาจากสังคมอารยะ จึงรู้สึกโกรธเเค้นขนาดนั้น แต่พวกจางเหว่ย ฉินจื่อหลิงและเหลยหงกลับมองว่าครูฝึกสังหารผู้ช่วยฝึก ชนชั้นสูงฆ่าสามัญชน เป็นเรื่องปกติธรรมดา พอคิดถึงตรงนี้ เขาก็เข้าใจปู่เหลยหงขึ้นมาเล็กน้อย
หลินมู่อวี่ปิดตาลงและฝึกพลังต่อไป