ดูแลอีกคนที่อยู่ด้านข้างก็คือเจิ้งฟาง เขาโต้กลับ “องค์หญิง เห็นๆ อยู่ว่าบาดแผลของโอวหยางชิวนั้นสาหัสกว่ามาก หลินจื้อเป็นผู้ช่วยฝึกแต่กลับทำร้ายครูฝึก ฝ่าฝืนกฎข้อห้ามของวิหาร ควรขับไล่เขาออกจากวิหารเดี๋ยวนี้!”ถังเสี่ยวซีหันหน้ามา พูดเน้นชัดคำต่อคำว่า “หลินจื้อเป็นคนของข้าถังเสี่ยวซี คุณชายเจิ้งฟาง ถ้าเจ้ากล้าก็ลองพูดอีกครั้งซิ”เจิ้งฟางถึงกับพูดไม่ออกถึงแม้เจิ้งฟางจะเป็นบุตรชายคนเดียวของเสินโหวเจิ้งอี้ฝาน แต่เพราะในยามปลอดสงครามเจิ้งอี้ฝานจึงไม่มีอำนาจทางทหารอยู่ในมือ แต่เบื้องหลังของถังเสี่ยวซีคือถังหลานปู่ของนาง เจ้าผู้ครองเมืองชีไห่ที่กุมอำนาจทหารจำนวนหลายแสนนาย สถานะและอำนาจในมือของทั้งสองฝ่ายนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน“มู่มู่ เจ้าไม่เป็นอะไรนะ” ถังเสี่ยวซีสลัดสีหน้าเย็นชา เผยรอยยิ้มที่หญิงสาวควรจะมี หันไปถามหลินมู่อวี่ที่พิงนางอยู่ความรู้สึกมากมายประดังประเดเข้ามาหาหลินมู่อวี่ การจากกันที่เมืองหยินซานครั้งนั้น เขารู้ดีว่าฐานะของเขากับถังเสี่ยวซีต่างกัน นางคงจะไม่ได้สนใจเขา แต่ปรากฏว่าเขาคิดผิด ความสุขมาอย่างกะทันหัน ที่แท้ถังเสี่ยวซีก็เป็นห่วงความปลอดภัยของเขา หลินมู่อวี่จึงเอ่ยขึ้น “เสี่ยวซี เมื่อสองวันก่อนข้าไปตามหาเจ้าที่ป่าล่ามังกร แต่หาเจ้าไม่พบ…”ถังเสี่ยวซีหัวเราะขำ “เจ้าโง่มู่มู่ ป่าล่ามังกรกว้างใหญ่เพียงนั้น เจ้าจะหาข้าพบได้อย่างไร ยังดีที่ตอนนี้เป็นข้าที่ตามหาเจ้าจนพบ ว่