ากฏตัวขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่เหนื่อยหน่ายบนใบหน้า เขาถือกระบี่เหล็กไว้ในมือ “ท่านอ๋องน้อย พวกเราล้วนเป็นสหายของหลินจื้อ หากเขาล่วงเกินอะไรท่านอ๋องน้อยไป ขอท่านได้โปรดอภัย ถือว่าเห็นแก่หน้าพวกข้าก็แล้วกัน!”“ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน?!”เจิ้งฟางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “องค์หญิงซีจัดฉากได้สวยงามยอดเยี่ยม ไม่นึกว่าจะเรียกผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์กับองครักษ์อวี้หลินฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนมาด้วย คนหนึ่งองครักษ์ชุดขาว คนหนึ่งองครักษ์อวี้หลิน ฮึ เห็นชัดว่าเพื่อให้ข้าผู้แซ่เจิ้งหมดคำพูดใช่หรือไม่ แต่พวกท่านอย่าลืมเสียล่ะ ว่ากฎหมายจักรวรรดินั้นเข้มงวด ผู้ที่ละเมิดไม่เคยมีจุดจบที่ดี พวกท่านดูแลตัวเองให้ดีก็แล้วกัน!”“ไม่ต้องให้ท่านกังวลใจหรอก”ถังเสี่ยวซีพูดเสียงเรียบ “เรื่องของสหายข้า ข้าย่อมแก้ไขได้ เพียงแต่ต่อไปท่านอ๋องน้อยหากลงมือควรรู้จักว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ถ้าหลินจื้อเป็นอะไรไป ถังเสี่ยวซีจะมิยอมวางมือเด็ดขาด”“ฮึ…”เจิ้งฟางสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป ด้านโอวหยางชิวลุกขึ้นอย่างขุ่นแค้น เช็ดเลือดที่มุมปากแล้วเดินตามออกไปเมื่อเห็นพวกเขาเดินออกไปไกลแล้ว ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนจึงเดินขึ้นมาตบบ่าของหลินมู่อวี่อย่างแรง พร้อมหัวเราะเสียงดัง “อาอวี่ เจ้านี่ไม่เบาเลยจริงๆ คิดไม่ถึงว่าจะสามารถข้ามขั้นโค่นโอวหยางชิวผู้แข็งแกร่งขอบเขตนภาลงได้!”หลินมู่อวี่ลำบากใจที่จะพูดว่าเกือบจะถูกฆ่า เรื่องน่าอายเช่นนี้จะให้พูดออ