องมาดูแลก็ออกจะเป็นไปไม่ได้ แม้ตอนกลางคืนจะมีทหารรักษาการณ์ออกตรวจตราทั่วเมืองอยู่แล้วก็ตามระหว่างทางกลับ ฉินจื่อหลิงสงสัยว่าหลินมู่อวี่มาร้านศาสตาราวุธเพื่ออะไรกันแน่ หลินมู่อวี่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนักเกี่ยวกับทักษะหล่อหลอมของตน เก็บเป็นความลับไว้ได้จะดีกว่า เขาเข้าใจคำกล่าวที่ว่า “ชาวบ้านเดิมทีไม่มีความผิด แต่เพราะครอบครองหยกจึงมีความผิด*” เป็นอย่างดี หากคนอื่นทราบว่าตนมีติ่งหลอมอาวุธที่สุดยอดขนาดนั้นอยู่ ไม่แน่ว่าอาจจะอยากรีบจำกัดเขาทิ้งก็เป็นได้!กำลังเดินอยู่ดีๆ จู่ๆ ด้านหน้าก็มีเสียงฝีเท้าม้าดังสนั่น ทหารม้าติดอาวุธหลายร้อยนายพุ่งตรงเข้ามา!“ระวัง!”หลินมู่อวี่นั้นว่องไว จึงดึงฉินจื่อหลิงหลบทหารม้าที่พุ่งเข้ามา ฉินจื่อหลิงตกใจจนหน้าซีดเผือด “นี่มันเกิดอะไรขึ้น จะรีบไปไหนกัน กองทัพของตระกูลไหนเนี่ย”มองไปตามทางที่ทหารม้าวิ่งผ่านไป ด้านหลังยังมีทหารตามมาอีกไม่ขาดสาย เป็นทหารจากจวนขุนนางระดับสูง บนป้ายหน้าจวนเขียนด้วยอักษรสีทองขนาดใหญ่ “ตระกูลถังแห่งซีไห่”!ฉินจื่อหลิงตกตะลึง “อ่า…กองทัพของชางหลันกงแห่งชีไห่ นี่มันเรื่องอะไรกัน”หลินมู่อวี่ใจหายวาบ “ชางหลันกง…ใช่ท่านปู่ของถังเสี่ยวซีหรือไม่”“ใช่แล้ว หลินจื้อเจ้าก็รู้จักหรือ”“อืม”หลินมู่อวี่ไม่พูดมากอีก รีบเบียดฝูงชนเข้าไป คว้าคอเสื้อของท่านลุงคนหนึ่งไว้ แล้วรีบถาม “ท่านลุง ตระกูลถังเป็นอะไรไปเหรอ”ท่านลุงคนนี้นับว่ามีไมตรีอยู่บ้าง เห็นกร