ดการณ์ไว้แล้วว่าเขาจะมา จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจเหลยหงหน้าตาใจดี ริ้วรอยบนใบหน้าดูน่ารักอยู่บ้างภายใต้แสงจันทร์ เขายิ้มพูด “เจ้าคือหลินมู่อวี่สินะ”“ข้า…” เขาตกใจมาก เหมือนตัวเองตกพรวดลงไปในถ้ำน้ำแข็ง“วางใจเถอะ หากเจ้าคือหลินมู่อวี่ศิษย์ของชวีฉู่จริง เช่นนั้นก็ง่าย” เหลยหงใบหน้าเจือรอยยิ้ม “เจ้าหนู เจ้าเชื่อใจข้าเหลยหงหรือไม่”“ขอรับ ข้าเชื่อ”“เช่นนั้นก็ดี ตามข้ามาสิ ตาเฒ่าชวีฉู่ก็ขี้เกียจไปหน่อยแล้ว สอนลูกศิษย์ทั้งทีดันสอนแค่ครึ่งเดียว เฮ้อ หลายปีมานี้เขาก็ทำนิสัยแบบนี้มาตลอด…”เหลยหงสะบัดชุดยาวสีขาว แล้วหันหลังเดินออกไปหลินมู่อวี่รีบสวมเสื้อ แล้วถือกระบี่เหลียวหยวนตามออกมาแสงดาวส่องสว่างลงมากลางลานกว้างของวิหาร สะท้อนเงาต้นไม้เป็นดวงๆ บนทางเดินที่ปูด้วยหิน เหลยหงเดินอย่างเร่งรีบ หลินมู่อวี่จำต้องใช้ฝีเท้าดาวตกถึงจะตามเขาได้ทัน ร่างของเขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วราวกับวิญญาณ จิตของเหลยหงรับรู้ได้ว่าหลินมู่อวี่ยังคงตามเขามาติดๆ อดไม่ได้ที่จะปลาบปลื้มใจอีกครั้ง เจ้าเด็กนี่เป็นอัจฉริยะจริงๆหลังจากนั้นไม่กี่นาที เขาก็หยุดลงที่เรือนโบราณที่ลานด้านหลังวิหารเหลยหงชี้ไปที่สระน้ำด้านหน้า แล้วเอ่ยขึ้น “จากนี้ไปจงมาฝึกที่นี่ทุกวัน”“หือ ที่นี่คือ?”หลินมู่อวี่เดินขึ้นไปข้างหน้า ยื่นมือลงไปวัก “น้ำในสระ“ แต่กลับพบว่านี่มันใช่น้ำเสียที่ไหน กองเศษหินชัดๆ!“ผู้ดูแลอาวุโส เศษหินพวกนี้มีประโยชน์อย่างไรหรือขอร