ีรูปหล่อทองแดงขนาดใหญ่ของคนสิบสองคน เหมือนจริงมาก น่าจะเป็นวีรบุรุษทั้งสิบสองของจักรวรรดิกระมัง ส่วนจะเป็นใครนั้นเขาก็ไม่ทราบได้เดินทะลุทางเดินที่ทอดยาว ในที่สุดด้านหน้าก็สว่างขึ้น เขามาถึงลานฝึก แต่คนที่ลานฝึกนั้นกลับไม่เยอะ มีไม่ถึงยี่สิบคน ต่างฝึกอยู่เงียบๆ บ้างก็รำดาบ บ้างก็นั่งสมาธิ ปราณไหลเวียนอยู่รอบๆ ตัว ทั้งหมดนี่น่าจะเป็นยอดฝีมือทั้งนั้นเดินขึ้นไปอีกนิด ก็ไปถึงวิหารหลังคาโดม ที่นี่ก็คือใจกลางของวิหารศักดิ์สิทธิ์“ก๊อกๆ…”ทหารเคาะประตู “ผู้ดูแลทุกท่าน ผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงกองทหารรักษาพระองค์แนะนำเด็กหนุ่มผู้หนึ่งมาที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ขอรับ”“ให้เขาเข้ามา”“ขอรับ!”ประตูใหญ่ค่อยๆ เปิดออก หลินมู่อวี่เดินเข้าไป ส่งม้าให้แก่นายทหารคนนั้นจูงไปที่คอกม้า ม้าตัวนี้เป็นตัวที่เย่เหลียงทิ้งไว้ ฝีเท้าและความถึกไม่เลวเลยทีเดียว ดังนั้นเขาจึงทิ้งมันไม่ลง……ในวิหารศักดิ์สิทธิ์มีที่นั่งเหล็กอยู่สิบสองที่นั่ง แต่ตอนนี้มีเพียงสามที่นั่งที่มีคน สองคนเป็นผู้อาวุโส อีกคนหนึ่งกลับเป็นคนหนุ่มอายุราวสามสิบ อำนาจสูงสุดของวิหารศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือของผู้ดูแลทั้งสิบสองคน และสามคนตรงนี้ก็อยู่ในสิบสองคนนั้น“หนุ่มน้อย เจ้าชื่ออะไร” ผู้อาวุโสเคราขาวถามขึ้น“หลินจื้อขอรับ”“เจ้าเข้ามายืนกลางแท่นวงกลม แล้วปล่อยพลังทั้งหมดในร่างออกมาให้สูงที่สุด”“ขอรับ”หลินมู่อวี่เดินไปตามที่เขาบอก แท่นวงกลมที่อยู่ใต้ฝ่าเท้านั้นดู