ไม่ต้องพูดเรื่องอื่น อย่างน้อยเจ้าก็ควรเลี้ยงสุราข้าที่หอสดับพิรุณบ้าง”สีหน้าของฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนดูไม่ค่อยดี “ไปหอสดับพิรุณอย่างน้อยๆ ก็ต้องมียี่สิบเหรียญทอง ฟุ่มเฟือยเกินไป พวกเราอยู่ที่โรงเตี๊ยมเมฆขาวก็พอแล้ว…”“เจ้านี่งกเสียจริง”“ข้ารับเงินเดือนแค่เดือนละสิบเหรียญทอง ไหนเลยจะสู้ท่านผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ เจิ้นกว๋อเจียงจวินขั้นสองได้กันเล่า!”“ฮ่า พูดเรื่องพวกนี้ทำไมกัน! ลงไปกันเถอะ พวกเราต้องดื่มฉลองกันหน่อย!”“มาสิ!”……ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนเป็นเจ้ามือ จัดโต๊ะอาหารที่ชั้นล่าง มีเฟิงจี้สิง หลินมู่อวี่ ฉู่เหยาและหลัวเลี่ยนั่งอยู่ ในที่สุดฉู่เหยาก็อารมณ์ดีขึ้น ยอมกินอาหารแล้ว ส่วนหลินมู่อวี่ที่นอนกลางดินกินกลางทรายในป่าล่ามังกรและป่าสัตตะดารามาหลายวัน ไม่ได้กินของดีๆ เลย เป็นธรรมดาที่จะกินอย่างเต็มที่หลังจากดื่มสุรากันไปสักพัก ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนก็มองไปทางหลินมู่อวี่ ทันใดนั้นหลินมู่อวี่ก็รู้สึกท่าจะไม่ดี อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด“อาอวี่ ได้ยินว่าพลังของเจ้าไม่เลวเลยทีเดียว ดื่มเสร็จแล้วมาประลองกันสักหน่อย เป็นอย่างไร”“ตกลง”หลินมู่อวี่ไม่มีทางเลือก ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนสามารถเป็นหนึ่งในองครักษ์อวี้หลินจำนวนสองร้อยนาย สามารถเป็นองครักษ์ข้างกายจักรพรรดิได้นั้น ต้องไม่ใช่ผู้อ่อนแออย่างแน่นอน ใช้โอกาสนี้ประลองเป็นความรู้ก็ดีเหมือนกัน……ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนเป็นพวกคลั่งการฝึกยุทธ์ เมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่ดีอย่างหลิน