่เหยาหัวเราะด้วยความประหลาดใจ “เกราะปราณ! ยินดีด้วยอาอวี่ เจ้าเข้าสู่ขอบเขตปฐพีชั้นที่สามแล้ว ตอนนี้น่าจะเป็นปราชญ์สงครามระดับที่ห้าสิบแล้ว!”
หลินมู่อวี่ดีใจเป็นอย่างยิ่ง ความสุขมาอย่างกะทันหันเสียจริง มังกรกลดตัวนี้หากไม่ได้รับบาดเจ็บ เกรงว่าตนคงไม่มีโอกาสชนะมัน และไม่แน่ว่าอาจจะเป็นฝ่ายที่โดนมันกินเข้าไปก็เป็นได้!
ในตอนนี้เอง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าควบดังมาแต่ไกล แม่ทัพในชุดเกราะสีทองถือดาบเล่มโตพุ่งตรงเข้ามา แต่สายตาเขากลับไปหยุดอยู่ที่ร่างมังกรกลดที่อยู่ด้านข้าง
เฟิงจี้สิงพลิกตัวลงจากหลังม้า ด้วยใบหน้าและท่าทางที่ดูสง่างามยิ่งนัก มือที่กำอาวุธอยู่นั้นกำแน่นขึ้นไปอีก
“มังกรกลดตัวนี้…เจ้าฆ่ามันหรือ” เขามองหลินมู่อวี่ด้วยสายตาเย็นชา
หลินมู่อวี่หน้าขรึมทันที เขารู้ว่าผู้ที่มาเยือนมิใช่คนที่จะจัดการได้โดยง่าย กระทั่งกลิ่นอายบนร่างของเขา หลินมู่อวี่ยังมิอาจคาดเดาได้เลย ราวกับพลังของคนผู้นี้ตนเองมิอาจสัมผัสรับรู้ได้ หลินมู่อวี่เดินขึ้นไปยืนขวางอยู่หน้าฉู่เหยา “ถูกต้อง ข้าฆ่ามันเอง และวิญญาณสัตว์ก็ถูกข้าหลอมไปหมดแล้วด้วย”
“หลอมวิญญาณสัตว์ของมังกรกลดที่อายุสามพันสองร้อยปีโดยสมบูรณ์?”เฟิงจี้สิงเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง หัวเราะอย่างเยือกเย็น “ไม่เลวนี่ ดูท่าเจ้าจะมีโชคเสียจริง”
หลินมู่อวี่ “นั่นสินะ…”
“แต่ว่า เจ้ารู้หรือไม่ว่าสัตว์วิญญาณตัวนี้เป็นของใคร” สีหน้าของเฟิงจี้สิงเปลี่ยนทันควัน