งปาฝู่เจ็บปวดจนสั่นสะท้านไปทั่วร่าง แขนขาดิ้นรนกระเสือกกระสนอย่างบ้าคลั่ง แต่ฉู่เหยากัดฟันแล้วออกแรงเพิ่ม แทงหอกเหล็กปักเข้าพื้นดินเกือบครึ่งด้าม ตรึงซ่งปาฝู่ไว้แน่นกับพื้นดิน ให้เขานอนรอความตายอยู่ตรงนั้นนางค่อยๆ หันหลังกลับมา ผมสั้นพลิ้วไหวไปตามสายลมยามค่ำคืน ใบหน้าไม่มีความไร้เดียงสาแบบเด็กสาวอีกต่อไปแล้ว กลับมากไปด้วยความสุขุมและเด็ดเดี่ยวแทนหลินมู่อวี่เงยหน้ามองฉู่เหยาไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับเหมือนถูกมีดกรีด โลกแบบไหนกันนะที่ทำให้ฉู่เหยาเปลื่ยนไปแบบนี้ หากไม่ใช่เพราะคนพวกนี้ต้องการเหรียญทองแล้วไล่สังหารพวกเขาไม่หยุด เกรงว่าฉู่เหยาก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้ แน่นอนว่าการตายของปู่ฉู่เฟิงนั้นสร้างความสะเทือนใจให้แก่ฉู่เหยาอย่างมาก ซึ่งนี่ก็เป็นสาเหตุหลักด้วยเหมือนกันมองหม้อน้ำแกงด้านข้าง ฉู่เหยาหันมายิ้มอบอุ่น “อาอวี่ โชคดีที่อาหารเย็นของพวกเราไม่เป็นอะไร กินอะไรกันก่อนเถอะ ร่างกายเจ้าบาดเจ็บ พรุ่งนี้พวกเราค่อยออกเดินทาง เป็นยังไง”หลินมู่อวี่พยักหน้า “อือ พี่ฉู่เหยาว่าอย่างไรก็อย่างนั้นเถอะ!”“ได้!”กินอาหารเข้าไปอุ่นร่างกายแล้ว หลินมู่อวี่ก็นั่งพิงผนังหินโคจรปราณรักษาอาการบาดเจ็บ จากนั้นเขาปรุงโอสถฟื้นฟูแล้วดื่มลงไปเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บภายใน ร่างกายบาดเจ็บสาหัสมาก ต้องบำรุงเยียวยาขนานใหญ่ ไม่เช่นนั้นถ้าเหลืออาการบอบช้ำหรือพิการละก็จบเห่เลย สำหรับผู้ฝึกยุทธ์แล้ว ยังมีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าร่า