รักษ์เจ็ดแปดนายที่ยังถือดาบและสัปหงกอยู่ใต้ต้นไม้ พวกเขาเข้ามาในป่าล่ามังกรได้หลายวันแล้ว แต่ก็ไม่มีข่าวคราวของหลินมู่อวี่เลย ความจริงทุกคนอยากกลับไปเสวยสุขที่เมืองหลวง เพียงแต่องค์หญิงน้อยจอมเอาแต่ใจผู้นี้ไม่ยอมกลับเท่านั้นเองเปลวไฟพลิ้วไหวส่องประกายบนใบหน้างดงามของหญิงสาวถังเสี่ยวซีนอนอยู่ใต้ผ้าห่มขนสัตว์ ผ้าห่มขนสัตว์นั้นพันรอบร่างงาม นางตัวสั่นน้อยๆ จากความหนาว อากาศกลางดึกในคืนฤดูใบไม้ร่วงเย็นมาก ชัดเจนว่าผ้าห่มขนสัตว์ผืนเดียวป้องกันความหนาวไม่ได้ถังเสี่ยวซีค่อยๆ ลืมตาทั้งสองข้างขึ้น นัยน์ตาสีดำสนิทลุ่มลึกดั่งอัญมณีชวนให้น่ามอง นางมองดวงดาวที่ทอเต็มท้องฟ้า อยู่ๆ ก็รู้สึกหนาวเหน็บ หัวใจก็เจ็บราวกับถูกมีดทิ่มแทง นางสะอื้นออกมาเงียบๆ น้ำตาคลอเบ้า แล้วพึมพำออกมาเบาๆ “มู่มู่…เจ้าอยู่ที่ไหน อย่าตายนะ เจ้าต้องรอข้าก่อน…”……“ฟิ้ว ฟิ้ว!”มีเสียงเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความมืด ตามมาด้วยเสียง “ตุบ ตุบ” ทหารองครักษ์ที่ยืนเวรยามนั้นค่อยๆ ล้มลงไป หน้าอกมีลูกธนูสีดำปักอยู่ แถมทั้งหมดยังเป็นธนูเหล็ก สุดยอดอาวุธสังหารระยะใกล้!“มีผู้ร้าย!”ไม่รู้ว่าใครตะโกนออกมา แต่เสียงในคืนที่หนาวเย็นนั้นก็ชะงักลงกะทันหัน ราวกับว่าถูกเชือดคอหอยทิ้งในความมืดมีประกายแสงวูบผ่าน ถังเสี่ยวซีดีดตัวขึ้นอย่างระแวดระวัง วิญญาณยุทธ์จิ้งจอกอัคคีปรากฏออกมา พร้อมกับจับกระบี่พร้อมฝักที่อยู่ข้างก้อนหินขึ้นมาป้องกัน “เคร้ง” เสียงโล