หมาป่าก็ดังใกล้เข้ามา
“แย่แล้ว! พวกมันไม่คิดจะปล่อยเราไป!” ฉู่เหยากัดฟัน
หลินมู่อวี่รีบโคจรปราณไล่ความเย็นที่ไหล่พลางพูด “ไม่ต้องสนอะไรทั้งนั้น ท่านรีบหนีไป ข้าจะสกัดอยู่ด้านหลัง ขอแค่ข้าขับความเย็นที่สิงหลันทิ้งไว้ได้ หมาป่าวายุเหล่านี้ก็ทำร้ายพวกเราไม่ได้หรอก”
“อือ!”
ฉู่เหยารีบเร่งม้า แต่ไม่กล้าแซงหน้าหลินมู่อวี่ เพียงแต่วิ่งเคียงอยู่ข้างๆ เขา
เสียงวิ่งไล่ของหมาป่าวายุด้านหลังนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดได้ยินเสียงหายใจของพวกมันแล้ว หมาป่าวายุเป็นหนึ่งในสัตว์วิญญาณที่วิ่งเร็วที่สุดในป่า ความเร็วของม้าศึกไหนเลยจะเทียบได้ หลังจากนั้นไม่กี่นาที ภายใต้แสงของดวงดาวจึงเห็นเงาของหมาป่าแต่ละตัว
ฉู่เหยาหันกลับมอง แล้วล้วงเข็มเงินสองเล่มจากอกเสื้อ เล็งเป้าหมาย “ฟิ้ว” นางซัดเข็มออกไป วินาทีต่อมาหมาป่าวายุสองตัวก็ร้องครวญครางกลิ้งอยู่ตรงพุ่มไม้ พวกมันถูกเข็มเงินแทงเข้าที่นัยน์ตา ไม่สามารถไล่ล่าต่อได้
แต่หมาป่าตายไปสองตัว กลับยิ่งทำให้หมาป่าตัวอื่นที่เหลือโกรธแค้น โดยเฉพาะจ่าฝูง มันพุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง อีกไม่ถึงสิบเมตรก็จะประชิดตัวแล้ว
แขนซ้ายของหลินมู่อวี่ยังคงขยับไม่ได้ จึงเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างจนปัญญา แล้วยกมือขึ้นปล่อยหมัดเสียงปีศาจออกไปผ่านอากาศหนึ่งหมัด!
“ปัง!”
หมัดหนักๆ เฉี่ยวแก้มของจ่าฝูง แต่จ่าฝูงเป็นสัตว์วิญญาณอายุพันปีกว่า ได้แค่บาดเจ็บไม่ถึงตาย ที่แก้มของมันมีเลือดหยดไห