งที่เหลือก็ทยอยกันถอยกลับไป ในตอนที่กำลังถอยทัพกลับนั้น ม้าพากันล้มลง นั่นเป็นฤทธิ์ของสายลมเมามายที่ออกฤทธิ์แล้วในที่สุดแต่เดิมหลินมู่อวี่คิดจะใช้ธนูแกะสลักยิงกำจัดทิ้งอีกคนสองคน แต่ความเย็นที่แขนยังไม่คลายจึงไม่สามารถใช้สองมือดึงธนูได้ จำต้องปล่อยพวกนั้นไป เขามองศพที่เกลื่อนพื้น ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก กระตุกบังเหียนแล้วพูด “พี่ฉู่เหยา รีบไปกันเถอะ พวกนั้นจะต้องไล่ตามมาอีกแน่นอน พวกเราอยู่ที่นี่นานมากไม่ได้”“อือ อาอวี่แล้วแขนเจ้าล่ะ”ฉู่เหยาบังคับม้าเข้ามา แล้วรีบหยิบเข็มเงินมาฝังเข้าที่จุดชีพจรที่แขนสองจุด “เจ้าโคจรปราณไล่ความเย็นก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”“อืม”ดวงดาวเต็มท้องฟ้า แสงดาวกระทบบนแนวเขา ทั้งสองรีบเดินทางต่อ แต่ทันใดนั้นในความมืดก็มีประกายแสงสีแดงเลือดกำลังสั่นไหว ฉู่เหยาอดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว “นั่นอะไรน่ะ”หลินมู่อวี่สั่นสะท้านอยู่ในใจ “ท่าไม่ดีแล้ว หมาป่าวายุ รีบไปเร็ว!”จริงด้วย พริบตาเดียวหมาป่าวายุจำนวนมากมายลงมาจากบนเขา หมาป่าสายุตัวที่เป็นจ่าฝูงเป็นหมาป่าตัวยักษ์ที่บนหัวของมันมีสีขาวแต้มอยู่ ดูแล้วแข็งแกร่งกว่าตัวอื่นมากทีเดียว หลินมู่อวี่มองแวบเดียวก็แน่ใจว่าหมาป่าตัวนี้มีอายุอย่างน้อยหนึ่งพันปี ส่วนหมาป่าตัวที่เหลือส่วนใหญ่อายุราวหนึ่งร้อยปี แต่จำนวนมันมากเกินไป หากถูกล้อมเอาไว้ได้ละก็โอกาสที่พวกเขาจะรอดออกไปนั้นน้อยมากพวกเขาเร่งความเร็วม้าหนีออกไป ที่ด้านหลังนั้น ฝูงหมาป่ากำล