ั้ง หึ ดูท่าคงจะลอบกัดสินะ”
“เจ้าเป็นใคร” หลินมู่อวี่ค่อยๆ ชักกระบี่มาจากด้านหลัง ถามด้วยแววตาสงบนิ่ง
“ข้ากวานหยาง เป็นหนึ่งในเจ็ดเทพยุทธ์แห่งป่าสัตตะดารา มาเอาหัวของเจ้าและแม่นางน้อยคนนั้นโดยเฉพาะ!” กวานหยางหยิบกระดาษออกมาจากอกเสื้อ ดูรูปในกระดาษ จากนั้นก็เงยหน้ามองหลินมู่อวี่ หลังจากเทียบดูหลายรอบก็ยิ้มออกมา “ดูท่าคงเป็นเจ้านี่แหละ มีอะไรจะสั่งเสียก็รีบพูด ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีโอกาสแล้วนะ”
“คำพูดนี้ควรเป็นข้าพูดกับเจ้ามากกว่า”
หลินมู่อวี่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม กระบี่ในมือก็มีประกายสายฟ้าออกมา
“อวดดี!”
กวานหยางนั้นมองออกแต่แรกแล้วว่าพลังของหลินมู่อวี่นั้นแค่บรรพชนสงครามระดับสามสิบแปด แต่ตนเองนั้นเป็นปราชญ์สงครามระดับสี่สิบแปด มีพลังบดขยี้คู่ต่อสู้ได้อย่างหมดจด หลังจากนั้นเขาก็เรียกวิญญาณยุทธ์ออกมา เป็นวิญญาณยุทธ์รูปร่างหมาป่า หัวของหมาป่าปรากฏอยู่บนกระบี่ ทำให้ดูน่าเกรงขามขึ้นไปอีก
“ตายเสียเถอะไอ้หนู!”
กวานหยางตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด เขาเร่งพลังปราณแล้วพุ่งตัวขึ้นหน้า พลิกดาบแทงออกไป
หลินมู่อวี่ศึกษากระบี่วายุมาหลายวัน เตรียมการสำหรับการต่อสู้จริงไว้บ้างแล้ว เมื่อเริ่มใช้เคล็ดทักษะกระบี่นี้ เขาถอยหลังด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า “เคร้ง เคร้ง” เสียงกระบี่ปะทะกัน กวานหยางโจมตีต่อเนื่องไม่หยุด เขาพลิกดาบแล้วฟันออกไปบนอากาศ วิญญาณยุทธ์บนดาบส่งเสียงคำราม ปลดปล่อยเปลวเพลิงนับไม่ถ้วนออกมา
“ปัง!”
หลิ