มเร็วแก่ท่านได้”
“อะไรๆ รีบสอนข้าเร็วเข้า!” ฉู่เหยาตื่นเต้นดีใจ
หลินมู่อวี่กล่าว “สัมผัสธาตุอสนีในอากาศให้ได้ กลั่นพลังไฟฟ้าของธาตุอสนีให้มารวมที่อาวุธแล้วโจมตีด้วยความเร็วสูง วิธีนี้จะทำให้การโจมตีของท่านมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
“นี่คือ…” ฉู่เหยาตาเป็นประกาย “นี่คือพิฆาตอสนีบาตที่ติ่งอัคคีชวีฉู่สอนแก่เจ้างั้นหรือ”
“อ่อ ไม่…” หลินมู่อวี่ส่ายศีรษะ “พิฆาตอสนีบาตเน้นความเร็ว ด้วยระดับของท่านในตอนนี้ไม่สามารถเรียนได้ ดังนั้นข้าจะไม่สอนเคล็ด ‘ไร้เสียง’ อสนีบาตให้ท่าน แต่จะสอนวิธีควบคุมธาตุอสนีให้เท่านั้นเอง อีกอย่างข้ารับปากผู้อาวุโสชวีไว้แล้วว่าข้าจะไม่นำทักษะยุทธ์ที่เขาถ่ายทอดให้ข้าไปสอนผู้อื่น”
“อืม!”
ฉู่เหยาเป็นเด็กสาวที่เข้าใจอะไรง่าย จึงตั้งใจเรียนเคล็ดการควบคุมธาตุอสนี
เซียงเซียงยืนพิงต้นไม้ ยิ้มพูด “คิดไม่ถึงว่าติ่งอัคคีชวีฉู่จะสอนทักษะยุทธ์ตั้งมากมายให้ท่าน แปลกประหลาดเสียจริงๆ ข้าได้ยินมาว่าติ่งอัคคีชวีฉู่ผู้นี้หยิ่งยโส แต่ไหนแต่ไรไม่ถ่ายทอดทักษะยุทธ์ให้แก่ผู้อื่น”
หลินมู่อวี่แอบหัวเราะ ถ้าไม่ใช่เพราะใช้วิชาปรุงโอสถไปแลกเปลื่ยน ตาแก่นั่นก็คงไม่สอนหมัดเสียงปีศาจกับเกราะศิลาเขียวให้เขาหรอก!
ที่จริงแล้วหลินมู่อวี่อยากใช้ติ่งหลอมอาวุธมาหลอมวิญญาณยุทธ์ให้แก่ฉู่เหยาใหม่อีกครั้งเหลือเกิน แต่เขาไม่รู้ว่าจะมีความเป็นไปได้เท่าใด ถ้าเกิดเป็นไปไม่ได้ อาจจะเป็นการทำร้ายฉู่เหยา การเติบโตของเตี