ักกับสถานที่ทำงานในห้องปรุงโอสถ”“ตกลง”เมื่อเข้ามาในห้องปรุงโอสถแล้ว ที่นี่มีนักปรุงโอสถทำงานอยู่แล้วสามสิบกว่าคน ตำแหน่งสูงสุดคือระดับปรมาจารย์โอสถ ระดับต่ำสุดคือนักปรุงโอสถ โอสถหลักๆ ที่ต้องทำการปรุงคือ โอสถสมานแผล โอสถฟื้นสภาพ และโอสถผิวศิลา เพื่อจัดเตรียมไว้ใช้ในยามสงคราม เมื่อคนหนุ่มสาวอย่างหลินมู่อวี่กับฉู่เหยาเข้ามายังห้องปรุงโอสถก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้น นักปรุงโอสถเหล่านี้สนใจเฉพาะเรื่องหลอมโอสถ จึงไม่สนใจเหตุการณ์ภายนอก ถึงขนาดไม่รู้จักกระทั่งหลินมู่อวี่ผู้นี้“หลินมู่อวี่!”นักปรุงโอสถผู้หนึ่งชี้ไปยังโต๊ะทำงานที่ด้านข้าง แล้วเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าเป็นนักปรุงโอสถหรือ ที่นี่มีหญ้าไส้เดือนกับโสมโลหิต เจ้าช่วยข้าสกัดแก่นโอสถได้หรือไม่ ข้าจะปรุงโอสถฟื้นสภาพระดับสี่”หลินมู่อวี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่ล่ะ ข้าอยากจะปรุงโอสถผิวศิลาสี่สิบขวด จะได้เสร็จสิ้นงานของวันนี้““อะไรนะ โอสถผิวศิลา?“นักปรุงโอสถขมวดคิ้ว ”เจ้ามีปัญญาสกัดแก่นโอสถของต้นเหล็กทมิฬงั้นหรือ“หลินมู่อวี่ไม่พูดให้มากความ เขาเพียงเดินเข้าไปหยิบต้นเหล็กทมิฬที่มีความสูงหนึ่งเมตรกว่ามาต้นหนึ่ง จากนั้นก็แบมือออก ปราณบริสุทธิ์พรั่งพรูออกมา ฝ่ามือพิสุทธิ์กระเทาะเปลือกของต้นเหล็กทมิฬออกด้วยความเร็ว จากนั้นไม่นาน แก่นโอสถเม็ดเล็กๆ ของต้นเหล็กทมิฬก็ลอยขึ้นมาอย่างช้าๆ แล้วตกลงมาบนถาดใส่โอสถขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที หลินมู่อวี่เองก็รู้สึ