์ที่เก่งกาจถือครองป้ายอาญาสิทธิ์ ดังนั้นผู้อาวุโสฉู่ไปรับหน้าที่ที่สมาพันธ์โอสถก็เหมาะสมที่สุด ท่านเจ้าเมืองคิดว่าอย่างไร”ฮว๋าเทียนพูดเสียงต่ำ “ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสฉู่มีความเห็นอย่างไร”“คือ…”ฉู่เฟิงรู้สึกประหลาดใจ กล่าวขึ้น “หลานสาวข้าฉู่เหยาและศิษย์ทั้งหมดต่างก็อยู่ที่เมืองหยินซาน ตัวข้าเองก็อยากจะไปสมาพันธ์โอสถ แต่…แต่ว่าข้าไม่อาจจะทิ้งบรรดาศิษย์ไว้ที่เมืองหยินซานได้”ฮว๋าเทียนอดยิ้มออกมาไม่ได้ “ผู้อาวุโสฉู่กังวลเกินไปแล้ว หลินมู่อวี่และฉู่เหยาต่างเป็นนักปรุงโอสถรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของเมืองหยินซาน ข้าตั้งใจจะส่งพวกเขาไปเข้าศึกษาที่สาขาของสมาพันธ์โอสถในเมืองหยินซาน การอยู่กินของพวกเขานั้นคลังประจำจวนเจ้าเมืองหยินซานจะเป็นผู้ดูแล ผู้อาวุโสฉู่ไม่ต้องกังวล มีข้าฮว๋าเทียนอยู่ที่เมืองหยินซาน จะไม่มีอะไรขึ้นกับพวกเขาอย่างแน่นอน”ฉู่เฟิงศึกษาการปรุงโอสถมาทั้งชีวิต ตอนนี้มีโอกาสที่จะเข้าวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งการปรุงโอสถอย่างสมาพันธ์โอสถ จะไม่ดีใจได้อย่างไรกัน จึงทำอะไรไม่ถูกชั่วขณะ รู้สึกลำบากใจเป็นอย่างยิ่ง“ท่านปู่ วางใจเถอะ ข้าดูแลอาอวี่เอง” ฉู่เหยาพูดพลางหัวเราะหลินมู่อวี่เองก็หัวเราะด้วย “ท่านปู่วางใจเถอะ ข้าจะดูแลพี่ฉู่เหยาเป็นอย่างดี ท่านไปสมาพันธ์โอสถอย่างสบายใจเถอะ ที่นั่นเป็นที่ๆ ท่านควรไปนะ!”ในที่สุดฉู่เฟิงก็ตัดสินใจได้ เขาประสานมือแล้วพูดขึ้น “เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณท่านเจ้าเมืองมากที่