ั้งนานแล้ว”“ขอรับ”องครักษ์เงยหน้ามองหลินมู่อวี่ที่นั่งอยู่บนหลังม้า พูดด้วยความประหลาดใจ “เจ้าเด็กคนนี้ดูคุ้นตานัก…”หลินมู่อวี่ตอบ “ข้าคือคนที่อยู่ที่ร้านโอสถไป่หลิงไงขอรับ”“อย่างนี้นี่เอง เจ้าก็คือหลินมู่อวี่ที่ปรุงโอสถเกรดหนึ่งใช่ไหม”“ใช่ขอรับ”“ฮ่า” ไม่รู้ว่าทำไมองครักษ์ถึงหัวเราะออกมา เขาหัวเราะแห้งๆ แล้วเอ่ยขึ้น “พรุ่งนี้ก็เป็นวันที่นักปรุงโอสถรุ่นเยาว์แห่งเมืองหยินซานแย่งชิงป้ายอาญาสิทธิ์แล้ว เจ้าเมืองน้อยฮว๋าหวันต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน แต่ในเมื่อเจ้ากลับมาทัน พรุ่งนี้จะต้องมีการประลองที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน องค์หญิงซี ท่านอยากดูหรือไม่ขอรับ”ถังเสี่ยวซีทนกับความเย้ายวนนี้ได้ที่ไหนกัน นางหันไปมองชวีฉู่ ชวีฉู่ยิ้มอย่างจนปัญญา “เอาเถอะๆ พรุ่งนี้ชมการประลองเสร็จค่อยออกเดินทาง อีกอย่างครั้งนี้องค์หญิงเป็นผู้แทนพิเศษ ป้ายอาญาสิทธิ์ก็ต้องมีองค์หญิงเป็นผู้ประทานให้ถึงจะถูก”“อือ ขอบคุณผู้อาวุโสชวี”ดังนั้นถังเสี่ยวซีเหมือนจะจงใจที่จะหลบเขา หลังจากหลินมู่อวี่ส่งถังเสี่ยวซีกับชวีฉู่ที่โรงเตี๊ยมแล้ว เขาก็รีบควบม้ากลับร้านโอสถไป่หลิง ตอนที่เขาผลักประตูร้านเข้าไป ก็เห็นฉู่เหยายืนอยู่ใต้ต้นไม้มาแต่ไกล มีแสงล้อมอยู่รอบตัว นางที่กำลังฝึกวิญญาณยุทธ์เตียวม่วงอยู่ เจ้าเตียวม่วงน่ารักมาก หน้าตาคล้ายจิ้งจอกอัคคีของถังเสี่ยวซีมาก แค่พลังด้อยกว่าเท่านั้นเอง จิ้งจอกอัคคีเป็นวิญญาณยุทธ์อันดับส