เองจะไม่ลงมือ แต่พวกสัตว์วิญญาณในป่าสัตตะดารารอบนอกแค่ฝีมือเด็กสองคนนี้ก็จัดการได้แล้ว
ตลอดทางหลินมู่อวี่ฝึกหมัดเสียงปีศาจอยู่บนหลังม้าเงียบๆ เดี๋ยวก็โคจรพลัง เดี๋ยวก็กำหนดลมหายใจ เดี๋ยวก็ออกหมัดโจมตีต้นไม้ที่อยู่ไกลออกไป ตลอดทางมานี้เขาไม่ยอมเสียเวลาเลยสักนิดเดียว ทุกครั้งที่ออกหมัดเสียงปีศาจ ความเร็วและพลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าอานุภาพก็สูงขึ้นด้วย ชวีฉู่มองชื่นชมเขาอยู่ในใจ เจ้าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์จริงๆ ในระยะเวลาอันสั้นก็สามารถเรียนพิฆาตอสนีบาต เกราะศิลาเขียวและหมัดเสียงปีศาจสามสุดยอดวิชาติดต่อกันได้ ถ้ามีเวลามากกว่านี้จะขนาดไหนเนี่ย
กลางดึก พวกเขามาถึงเมืองหยินซาน เมื่อทั้งสามคนขี่ม้ามาถึงประตูเมือง องครักษ์ในชุดสีแดงนายหนึ่งเดินขึ้นมาจูงม้าของถังเสี่ยวซี ถวายความเคารพแล้วกล่าวขึ้น “ยินดีกับองค์หญิงซีที่เลื่อนระดับสำเร็จ ผ่านขอบเขตมนุษย์เข้าสู่ขอบเขตปฐพีชั้นหนึ่ง!”
ถังเสี่ยวซียิ้มบางๆ “ขอบใจมาก เข้าเมืองกันเถอะ คืนนี้พักโรงเตี๊ยม พรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางกลับเมืองหลวง ข้าไม่ได้กลับไปตั้งนานแล้ว”
“ขอรับ”
องครักษ์เงยหน้ามองหลินมู่อวี่ที่นั่งอยู่บนหลังม้า พูดด้วยความประหลาดใจ “เจ้าเด็กคนนี้ดูคุ้นตานัก…”
หลินมู่อวี่ตอบ “ข้าคือคนที่อยู่ที่ร้านโอสถไป่หลิงไงขอรับ”
“อย่างนี้นี่เอง เจ้าก็คือหลินมู่อวี่ที่ปรุงโอสถเกรดหนึ่งใช่ไหม”
“ใช่ขอรับ”
“ฮ่า” ไม่รู้ว่าทำไมองครักษ์ถึงหัวเราะออกม