ศิษย์พี่หวังหยิ่งบอกว่าเจ้าอาจจะไม่ได้กลับมา มาให้ข้าดูหน่อยเร็ว!”
นางดึงแขนหลินมู่อวี่เข้ามาอย่างสนิทสนม มองเขาที่ดูเหมือนจะบึกบึนขึ้น แถมการไหลของปราณรอบตัวก็ดูทรงพลังกว่าเมื่อก่อนมาก ที่เปลี่ยนไปมากที่สุดก็คือแววตา ความมั่นใจและสุขุมช่วยยืนยันพลังของเขาที่แข็งแกร่งขึ้น
“พี่ฉู่เหยา ข้ามีวิญญาณยุทธ์แล้ว” หลินมู่อวี่คลี่ยิ้ม
ฉู่เหยาตื่นเต้น “หืม เป็นวิญญาณยุทธ์อะไร”
หลินมู่อวี่เปล่งเสียงเบาๆ ทันใดนั้นน้ำเต้าเขียวก็ปรากฏขึ้นมา เขาแนะนำด้วยท่าทีเขินอายนิดหน่อย “น้ำเต้าเขียว วิญญาณยุทธ์อันดับสิบ ทว่าพอฝึกแล้วก็คล่องมือดีเหมือนกัน”
“อ้อ…” ฉู่เหยารีบพูดปลอบใจ “ไม่เป็นไรนะ วิญญาณยุทธ์อันดับสิบก็คือวิญญาณยุทธ์เหมือนกัน ช่วยเจ้าตอนฝึกได้ ดีแล้วๆ การชิงป้ายอาญาสิทธิ์พรุ่งนี้ข้าจะเป็นตัวแทนร้านโอสถไป่หลิงเข้าร่วมเอง อย่างน้อยพลังข้าก็ถึงระดับยี่สิบเอ็ดแล้ว”
“ว้าว พี่ฉู่เหยาพัฒนาขึ้นเร็วมากเลย ข้าจำได้ว่าครั้งก่อนท่านเพิ่งจะทะลวงจากระดับสิบเก้าไปถึงยี่สิบเองนี่”
“ก็ใช่น่ะสิ!” ฉู่เหยายืดอกพูดด้วยความมั่นใจ “ตอนนี้ทั้งร้านโอสถไป่หลิงข้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพลังสูงสุด อาอวี่ เจ้าคิดว่าข้าจะเอาชนะฮว๋าหวันได้ไหม”
“ค่อนข้างยาก” หลินมู่อวี่ลูบจมูก พูดตามความจริง
ฉู่เหยายิ้มแล้วตบบ่าของเขา “หึ เจ้ามั่นใจในตัวศิษย์พี่ของเจ้าหน่อยไม่ได้หรือ เอาล่ะ เจ้ากลับมาดึกแบบนี้ ต้องหิวแน่เลย ข้าจะไปทำอะไรให้เจ้าก