่าชิ้นนี้ด้วย งั้นก็ช่างเถอะ ตนเองก็เข้าสู่ขอบเขตปราชญ์แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องไปแย่งชิงกับเด็กรุ่นหลังอีก
ไม่กี่นาทีต่อมา ถังเสี่ยวซีที่เหงื่อโทรมกายก็ถือกระดองแผ่นใหญ่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณหนึ่งเมตร กระโดดลงมาจากหลังของเต่าทมิฬ แล้วส่งมันให้กับหลินมู่อวี่ “มู่มู่ เจ้าต้องการสิ่งนี้ไปทำอะไร”
หลินมู่อวี่ยิ้มอย่างมีลับลมคมใน “หลอมมันพ่ะย่ะค่ะ! รบกวนองค์หญิงกับผู้อาวุโสชวีคุ้มครองข้าสักครู่”
“อือ”
ชวีฉู่กับถังเสี่ยวซีมองไม่เห็นติ่งหลอมอาวุธ ที่พวกเขาเห็นเป็นเพียงกลุ่มพลังงานที่มีแสงจางๆ หลินมู่อวี่นำกระดองไฟโยนใส่เข้าไป ทันใดนั้นพลังงานนั้นก็เกิดคลื่นผันผวนอย่างรุนแรง เขาเริ่มหลอมกระดองเต่าแล้ว ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ส่วนผสมอื่น อาศัยแต่พลังงานของกระดองไฟก็เพียงพอที่จะทำให้วิญญาณยุทธ์น้ำเต้าระดับสูงขึ้นได้
กระดองไฟในติ่งหลอมอาวุธค่อยๆ มีขนาดเล็กลง จนค่อยๆ กลายเป็นพลังเปลวไฟบริสุทธิ์แล้วซึมเข้าสู่น้ำเต้า ขั้นตอนนี้กินเวลาราวสามสิบนาที
ตอนที่หลินมู่อวี่ลุกขึ้นยืน บุคลิกและท่าทางของเขานั้นราวกับได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แม้แต่ถังเสี่ยวซียังอดตกใจไม่ได้ “เจ้า…เจ้าดูไม่เหมือนเดิม…”
ชวีฉู่เห็นทะลุปรุโปร่ง หัวเราะเบาๆ “เขาผ่านขอบเขตมนุษย์ชั้นที่สองและเข้าสู่ชั้นที่สามแล้ว พลังในตอนนี้น่าจะอยู่ที่ระดับยี่สิบเจ็ด แน่นอนว่าต้องไม่เหมือนเดิม”
“หา เร็วขนาดนี้เชียว!” ถังเสี่ยวซีตกใจ “ข้า…ข้าก็แ