าจารย์ปราชญ์ถูกกินเป็นเพื่อนข้า กระจอกระดับสิบเจ็ดอย่างข้าก็ไม่ขาดทุนหรอก…”ถังเสี่ยวซีค้อนใส่เขา หัวเราะประชด “เจ้านี่คิดอะไรง่ายดีเหมือนกันนะ!”ชวีฉู่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เขามองไม่เห็นความหลงตัวเองและความเกลียดชังต่อโลกของเด็กในตัวหลินมู่อวี่ แต่กลับเห็นความอ่อนโยนและความกระตือรือร้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ชวีฉู่ชื่นชมหลินมู่อวี่ ส่วนเหตุผลอื่นๆ น่าจะเป็นเพราะฝีมือในการปรุงโอสถของเจ้าเด็กนี่เสียส่วนใหญ่เดินต่อไปสักพัก ชวีฉู่ก็ผูกม้าศึกไว้ที่ต้นไม้แห้งๆ ต้นหนึ่ง หลังจากนั้นจึงชักกระบี่ที่ห้อยไว้ที่เอวออกมา มันเป็นกระบี่ยาวสีแดงเพลิง เหมาะกับอุปนิสัยของเขาทีเดียว แม้ว่าชวีฉู่จะเข้าสู่ขอบเขตปราชญ์แล้ว แต่มีอารมณ์ร้อนเหมือนเดิม แถมวิญญาณยุทธ์ยังเป็นติ่งอัคคีอีกด้วย เป็นพวกธาตุไฟมาแต่กำเนิด นี่ก็เป็นเหตุผลที่ปู่ของถังเสี่ยวซีให้นางติดตามและฝึกวิชากับชวีฉู่ทั้งสามคนเดินมาถึงตีนเขา พบปากทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่อยู่ระหว่างโขดหิน แม้แต่โขดหินบริเวณนั้นก็ยังถูกเผาจนดําเป็นตอตะโก ชวีฉู่นั่งยอง ใช้มือคลำดินที่อยู่บนพื้น แล้วนำขึ้นมาดม จากนั้นเอ่ยว่า “มันผ่านมาทางนี้ล่าสุดเมื่อสองวันสองคืนที่แล้ว หรือว่าจะอยู่ในรัง…”ถังเสี่ยวซี “ผู้อาวุโสชวี ท่านรู้ว่าสัตว์วิญญาณในถ้ำนี้เป็นตัวอะไรไหม”ชวีฉู่มองวิถีของเปลวไฟบนพื้นแล้วเอ่ยว่า “น่าจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภทหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่า…จะมีลำตัวส่วนหนึ่งเคลื่