!”กิ่งไม้สั่นไหว แต่หลินมู่อวี่ไม่เห็นว่าต้นไม้ใหญ่จะได้รับความเสียหายตรงไหน จึงยิ้มออกมา “ไม่เห็นจะได้เรื่องเลย”“งั้นหรือ” ชวีฉู่ยิ้มบางๆ “เจ้าดูให้ดีอีกครั้งสิ”เมื่อหลินมู่อวี่มองดูอีกครั้ง กลับพบว่าเปลือกต้นไม้ยักษ์นั้นแตกร้าว แม้แต่ลำต้นเองก็ถูกซัดจนเปราะคล้ายปุยฝ้าย และล้มลงเสียงดังสนั่น ทำเอาถังเสี่ยวซีสะดุ้งตื่นจากนิทรา นางลุกขึ้นนั่งพลางขยี้ดวงตาแสนงาม “เกิดอะไรขึ้นเหรอ”ชวีฉู่หัวเราะจากที่ไกล “ไม่มีอะไรพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง ยังไม่เช้าเลย องค์หญิงนอนต่ออีกหน่อยเถอะ”ถังเสี่ยวซีกำลังนอนหลับสบาย จึงไม่สนใจอะไรมากนัก ตะแคงตัวนอนแล้วหลับไปอีกครา
ชวีฉู่นั่งลงยองๆ ทำตาโตมองหลินมู่อวี่หลอมโอสถราวกับเด็กอยากรู้อยากเห็น โดยเฉพาะยามที่เห็นหลินมู่อวี่ใช้ฝ่ามือพิสุทธิ์อันล้ำเลิศปอกชั้นเหล็กและชั้นหินจากดอกสาลี่เหล็กออกนั้น เขาอดชมเชยออกมาไม่ได้ ตลอดชีวิตของเขาเคยพบเจอยอดฝีมือระดับสูงมาไม่น้อย แต่ก็ไม่เคยเจอนักปรุงโอสถคนใดที่มีวิธีสกัดแก่นโอสถได้อย่างพิถีพิถันเท่านี้มาก่อน แม้แต่ราชาโอสถที่เขาเคยเจอยังไม่มีฝีมือขนาดนี้เลย
หลินมู่อวี่มองชวีฉู่ที่ดูกระเหี้ยนกระหือรืออยู่ข้างๆ จึงอดลอบยิ้มออกมาไม่ได้ ชวีฉู่เป็นยอดฝีมือขอบเขตปราชญ์ ฐานะของเขาบนแผ่นดินนี้ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่าสูงส่งแค่ไหน แต่ทุกคนล้วนมีจุดอ่อนกันทั้งนั้น จุดอ่อนของชวีฉู่ก็คือความหลงใหลในศาสตร์การปรุงโอสถ
หลินมู่อวี่จึงเอ่ยด้วยรอยยิ