วบม้าเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว หลินมู่อวี่สวมชุดสีคราม สง่าผ่าเผยอย่างยิ่ง ส่วนถังเสี่ยวซีที่สวมชุดกระโปรงแนบเนื้อสีแดงเพลิง ด้านนอกสุดสวมเสื้อคลุมที่ถักทออย่างประณีตทับอีกชั้นหนึ่ง หยาดฝนที่อยู่บนแก้มของนาง ดูราวกับฝนในวสันตฤดูที่พรมอยู่บนดอกสาลี่ งดงามจนยากจะพรรณนาหลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะแอบชื่นชมอย่างเงียบๆ องค์หญิงซีผู้นี้อายุยังน้อยแต่มีความสามารถระดับนี้แล้ว หากเป็นคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์คนอื่นเกรงว่าคงจะหาที่หลบฝน แทนที่จะรีบควบม้าฝ่าสายฝนแบบนี้ไปนานแล้วล่ะไม่นานนักเมฆดำปกคลุมท้องฟ้า ภายในป่าสัตตะดารามืดสนิทราวกับราตรีกาล ฟ้าแลบแปลบปลาบผ่าลงมาราวกับกระบี่ที่คมกริบกระหน่ำใส่ผืนป่าโบราณแห่งนี้หลินมู่อวี่ปลอบม้าที่เขาขี่ ไม่ให้มันตกใจกับเสียงฟ้าผ่า ชวีฉู่เองก็ค่อยๆ ชะลอฝีเท้าม้าลง เขาต้องดูแลถังเสี่ยวซี เพราะการเดินทางครั้งนี้การฝึกขององค์หญิงซีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดชวีฉู่มองกระบี่และคันธนูยาวที่หลังของหลินมู่อวี่ อดยิ้มออกมาไม่ได้ “เจ้าหนุ่ม เจ้าแบกธนูมาทำอะไรหรือ”“นี่เป็นอาวุธลับของข้า”“อาวุธลับ?”ชวีฉู่กลั้นหัวเราะไม่อยู่ “ใช้อาวุธลับนี่เพื่ออะไรหรือ”หลินมู่อวี่ตอบจริงจัง “ถึงแม้ด้านการฝึกยุทธ์ข้าจะยังเทียบพวกท่านไม่ได้ แต่ข้าก็รู้ว่าอาวุธที่ยาวกว่าย่อมได้เปรียบศัตรู หากศัตรูอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร ข้าใช้ธนู หากศัตรูอยู่ใกล้ ข้าก็ใช้กระบี่ ถ้าไม่มีธนู ข้าเสียดายช่วงเวลาที่ศัต