ือกับพวกดีแต่เปลือกอย่างฮว๋าหวันได้”
“วิญญาณยุทธ์อันดับสิบแกร่งกล้าหรือไม่ขอรับ” หลินมู่อวี่ถามอย่างระมัดระวัง
ถังเสี่ยวซียกมือปิดปาก แอบหัวเราะ ชวีฉู่เองก็หัวเราะ “วิญญาณยุทธ์มีทั้งสิ้นสิบอันดับ ติ่งอัคคีของข้าจัดอยู่ในอันดับสี่ จิ้งจอกอัคคีขององค์หญิงซีอยู่อันดับสอง น้ำเต้าเขียวของเจ้าอยู่อันดับสิบ เจ้าว่าไงล่ะ”
“ก็หมายความว่าน้ำเต้าเขียวนี่ห่วยสุดเลยเหรอ” หลินมู่อวี่พูด
“ถูกต้อง!”
“อ่า” หลินมู่อวี่โอดครวญอยู่ในใจ น้ำเต้านี้เป็นของเสียที่เขาทิ้งไว้ตอนหลอมอาวุธ ถ้าไม่ได้ขายอาวุธเวทระดับเทพอย่างโคมสัตตะดารา ไม้เท้าวิญญาณทมิฬ บัวปีศาจนพนภาทิ้งไป เกรงว่าไม่ว่าของชิ้นไหนก็คงจะกลายเป็นวิญญาณยุทธ์อันดับหนึ่งไม่ก็อันดับสองบนโลกนี้ได้ทั้งสิ้น เขารู้สึกเสียดายเอามาก
ถังเสี่ยวซีเป็นเด็กสาวจิตใจเมตตา คงรู้สึกได้ว่าหลินมู่อวี่ในตอนนี้เสียใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงพูดปลอบใจเขา “มู่มู่ อย่าเสียใจไปเลย วิญญาณยุทธ์อันดับสิบก็มีโอกาสพัฒนาขึ้นเป็นอันดับเก้าหรือแปดหรือเจ็ดได้ทั้งนั้น เจ้าอย่าเสียใจไป ยังมีโอกาสอยู่”
“แล้วมีโอกาสพัฒนาเป็นวิญญาณยุทธ์อันดับหนึ่งได้หรือไม่”
ถังเสี่ยวซีกลั้นหัวเราะไม่อยู่ “เจ้าฝันอยู่เหรอ…”
ดูท่าทักษะการปลอบใจคนของนางยังไม่ลึกซึ้งพอ แต่หลินมู่อวี่ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะในสมองของเขานึกถึงวิธีหนึ่งอยู่ ตนเองเป็นถึงปรมาจารย์ด้านการหลอมอาวุธ ขอเพียงมีวัดถุดิบพร้อม ก็สามารถหลอม