ขาเหมือนไม่เคยมีเรื่องวิตกกังวลอะไร หลินมู่อวี่อิจฉานิสัยนี้ของเขาเสียจริง
“ฉันตัดสินใจแล้ว คิดว่าคงถึงเวลาที่จะต้องเลิกเล่นเสียที” หลินมู่อวี่พูดออกมาอย่างแผ่วเบา
“ว่าไงนะ?”
หลี่เล่อได้ยินดังนั้นก็ผงะถอยหลัง “อาอวี่ นายล้อฉันเล่นใช่มั้ยเนี่ย นายเพิ่งจะได้เป็นเทพยุทธ์ แล้วจะไปแบบนี้เนี่ยนะ หรือว่า…พ่อนายกดดันไม่ให้เล่นเหรอ?”
หลินมู่อวี่ยิ้มรับอย่างจนปัญญา “ก็ใช่น่ะสิ พ่อยื่นคำขาดให้ฉันเลิกเล่นเกม แล้วไปช่วยกิจการครอบครัว ตอนนั้นฉันสัญญากับพ่อไว้ว่า ภายในสองปีฉันจะต้องไปถึงจุดสูงสุดของเกมนี้ให้ได้ ตอนนี้ฉันทำสำเร็จแล้ว ถึงเวลาที่ต้องทำตามสัญญาสักที ความจริง…ฉันก็ยังไม่อยากเลิกเล่นเลย!”
หลี่เล่อหัวเราะลั่น ราวกับว่าไม่มีเรื่องไหนน่าขำไปกว่านี้อีกแล้ว เขาตบไหล่เพื่อน พร้อมพูด “หลินมู่อวี่ เทพยุทธ์ที่น่าเกรงขาม หลินจื้อลูกชายคนรองของท่านประธานบริษัทหลงซิน ไม่อยากเชื่อเลยว่ามหาเศรษฐีค่าตัวหมื่นล้านอย่างนายจะมีชีวิตที่ขมขื่นขนาดนี้ ดูเหมือนว่าชีวิตคนรวยก็ไม่ได้ดีไปเสียทุกเรื่องสินะ ว่าแต่…นายตัดสินใจแน่แล้วเหรอ?”
“อืม”
หลินมู่อวี่พยักหน้าอย่างหนักแน่น ความมุ่งมั่นทอประกายในดวงตา “นี่เป็นหน้าที่ของฉัน ฉันจะหนีอีกต่อไปไม่ได้แล้ว ตามฉันมาสิ ฉันอยากจะขายอุปกรณ์ทั้งหมด และจากนี้ไปอนาคตของสำนักวีรบุรุษจะอยู่ในความรับผิดชอบของนาย ฉันจะให้คนอื่นๆ ในสำนักช่วยสนับสนุนนาย”
“นายอยากขายชุดเทพอัคคีกั