ด้ อีกทั้งคำของราชันย์ย่อมมิอาจล้อเล่น จะให้ถอนได้ดั่งใจย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นจักรพรรดิเจียโย่วได้แต่บ่นอยู่ในใจ สุดท้ายก็ยอมกลืนความขาดทุนครั้งนี้ลงไปอย่างไร้ทางเลือก
ทว่าก็เป็นยามนั้นเอง ที่ลวี่หยางเข้าสู่วังหลวง
“ข้าน้อยคารวะฝ่าบาท!”
เมื่อเข้าสู่ตำหนัก ลวี่หยางไม่กล่าววาจาไร้สาระแม้เพียงคำเดียว แสดงตำแหน่งขุนนางผู้บัญชาการกองทหารรักษาพระองค์เก้าประตูออกมาทันที เอ่ยเสียงหนักแน่นว่า “ข้าพเจ้าขอคืนตำแหน่งนี้!”
“โอ้?” คิ้วจักรพรรดิเจียโย่วกระตุกขึ้นเล็กน้อย
“เหตุใดเล่า ตูอ้ายชิงไม่ชอบตำแหน่งขุนนางนี้ รังเกียจว่าต่ำเกินไปรึ?”
“ข้าน้อยรู้สึกหวั่นเกรงเป็นล้นพ้น!”
ลวี่หยางก้มศีรษะกล่าวว่า “ฝ่าบาทประทานตำแหน่งนี้ให้แก่ข้าพเจ้า เพื่อให้ไปต้านศึกทางเจียงเป่ย ทว่าเจียงเป่ยกลับสงบเงียบ ไร้การเคลื่อนไหว ข้าพเจ้ายังมิได้ก่อคุณความใด ไฉนจึงกล้าครองตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้?”
“ขอฝ่าบาท อย่าได้ประทานเกียรติที่เกินควรแก่ข้าพเจ้าเลย”
ถ้อยคำของลวี่หยางสิ้นสุดลง จักรพรรดิเจียโย่วถึงกับนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะดังลั่นออกมา
“ดี ดี ดี… ตูอ้ายชิงของเรานี่แหละ คือขุนนางผู้ภักดีแท้ของราชสำนักเต๋า!”
ถึงจะกล่าวชมอยู่เต็มปากเต็มคำ แต่เมื่อลวี่หยางยื่นบันไดให้ลง จักรพรรดิเจียโย่วก็ย่อมไหลตามสายน้ำโดยไม่ลังเล ทรงงอนิ้วเบาๆ เพียงครั้งเดียว ตำแหน่งผู้บัญชาการเก้าประตูเหนือศีรษะของลวี่หยางก็สลายหายไปในพริบ