ณ เวลานี้ บางทีพวกเขาอาจจะหนาวจนขนลุกชันเลยก็ได้
แต่ไม่ว่าบรรยากาศจะเป็นเช่นไร ฉู่โม่วก็ไม่ได้ตระหนักรู้ถึงมันเลย
เขาจมปลักอยู่กับการฝึกกระบี่ จนทั้งแก่นแท้ ลมปราณ รวมถึงจิตวิญญาณต่างพากันเปลี่ยนแปลงไปทีละนิด ๆ
กระนั้นการเปลี่ยนแปลงนี้ กลับเสมือนว่าเขาได้เกิดใหม่เสียมากกว่า
พลังแห่งโลกและสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในอณูแห่งชีวิตหลั่งไหลเข้ามาในร่างของเขาอย่างท่วมท้น ประดุจหนอนแมลงที่สร้างหลังไหมเพื่อพัฒนาตนเองสู่ขั้นต่อไป และเมื่อเช้าวันใหม่มาถึง มันก็จะออกจากรังมาเพื่อโผบินอีกครั้งด้วยปีกของตนเอง
…
วันคืนหมุนเปลี่ยนไปช้า ๆ
ในเช้าวันรุ่งขึ้น
ปัง!
ฉู่โม่วเปิดประตูออกมา
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้นอนทั้งคืน แต่จิตวิญญาณยังคงแข็งแรงดีอยู่
แววตาของเขาทั้งสองข้างเฉียบคมมากขึ้น และทั่วทั้งร่างเองก็ปลดปล่อยกลิ่นอายของกระบี่ออกมาตลอดเวลาด้วย ไม่ว่าจะขยับหรือทำอะไร
ทว่ากลิ่นอายนี้ไม่ได้คงอยู่นานนัก
เพียงไม่นาน มันก็จางหายไปจนหมด
เขากลับมาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั่ว ๆ ไปอีกครั้ง
จะมีก็แต่…
หลังจากที่ก้าวขาออกมาจากห้องฝึกที่ใช้มาทั้งคืนและเดินเข้ามาในสวน เสียงอื้ออึงดัง ‘แกร๊ก ๆ’ ก็ดังเข้ามาในโสตประสาท มันมาจากห้องฝึกหรูหราที่อยู่ด้านหลัง
จากนั้นก็ตามด้วยเสียงตกกระทบเสียงดัง
แสงส่องผ่านผนังห้องที่แตกร้