ี้จะเกิดขึ้นหรือไม่?” ผู้อำนวยการเฒ่าเอ่ยถามพร้อมเสียงหัวเราะ
หลินเฟิงยิ้มบางๆ กล่าว “ผู้อำนวยการ การประลองแบบนี้จะมีความหมายอะไรได้?”
สวีซานเยว่ลอบถอนหายใจกล่าว “น่าจะไม่เกิดขึ้นหรอก การประลองที่ห่างชั้นกันอย่างสมบูรณ์เช่นนี้ ยอมแพ้ไปตรงๆ ก็จบเรื่อง ไม่มีความจำเป็นต้องประลองเลย มันก็ไม่ได้น่าขายหน้าอะไรเสียหน่อย”
ถึงแม้ว่าหลี่ลั่วจะเป็นคนของพวกเขาตึกสอง แต่สวีซานเยว่ก็ฝืนพูดเข้าข้างหลี่ลั่วไม่ลงจริงๆ เพราะนี่เป็นสถานการณ์ที่ไม่มีทางพลิกกลับมาได้
ทั้งสองฝ่ายห่างชั้นกันเกินไป ต่อสู้กันไม่ได้เลย
ผู้อำนวยการเฒ่าพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ตอนนี้หลี่ลั่วสามารถจัดอยู่ในยี่สิบอันดับแรกได้แล้ว ความเร็วขนาดนี้นับว่าเร็วมากแล้ว หากให้เวลาเขาอีกสักหน่อย การจะตามซ่งอวิ๋นเฟิงทันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่เวลานี้เขาก็ยังมีหลายอย่างที่ยังบกพร่องอยู่”
หลินเฟิงไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ ในความคิดของเขาแล้ว สิ่งเดียวที่หลี่ลั่วจะสามารถเหนือกว่าซ่งอวิ๋นเฟิงได้มีเพียงพรสวรรค์ด้านวิชาอัตลักษณ์เท่านั้น แต่ซ่งอวิ๋นเฟิงมีอัตลักษณ์ระดับเจ็ด ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่หลี่ลั่วไม่อาจเทียบได้ ดังนั้นการที่หลี่ลั่วจะตามซ่งอวิ๋นเฟิงทันนั้