วต่อไปจะทำอย่างไรดีล่ะเนี่ย
ระหว่างที่กังวลใจอยู่นั้น หลี่ลั่วก็เงยหน้าขึ้นไปมองภาพฉายของพ่อเขา และราวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจความคิดในใจเขาด้วย พริบตานั้นทั้งพ่อลูกต่างก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมา
“หลี่ไท่เสวียน เจ้าอย่ามาทำตัวไร้สาระเสียเวลาข้าได้ไหม?” ระหว่างที่สองพ่อลูกกำลังอนาถใจอยู่นั้น ถานไถหลานก็กล่าวขึ้นพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลี่ไท่เสวียนได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว
จากนั้นถานไถหลานก็หันไปมองหลี่ลั่ว น้ำเสียงของนางอ่อนโยนลง “ข้อจำกัดในการใช้วัตถุภายนอกยกระดับอัตลักษณ์นั้น มีผลกับอัตลักษณ์ก่อนกำเนิดเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะกลั่นวัตถุภายนอกเหล่านั้นให้บริสุทธิ์เพียงใด สุดท้ายก็ยังคงมีสิ่งเจือปนหลงเหลืออยู่ดี ซึ่งก็เป็นการสะสมของสิ่งเจือปนเหล่านี้เองที่ทำให้วิหารอัตลักษณ์ถูกอุดตันอย่างสมบูรณ์ ไม่สามารถยกระดับอัตลักษณ์ขึ้นไปได้อีก”
“แต่เสี่ยวลั่ว ไร้อัตลักษณ์ของเจ้าไม่ได้อยู่ในข้อจำกัดนี้แต่อย่างใด เพราะวิหารอัตลักษณ์ของคนอื่นๆ นั้นมีคุณสมบัติมาตั้งแต่กำเนิดแล้ว ดังนั้นจึงมีปฏิกิริยาต่อต้านกับวัตถุภายนอกที่ใช้ขัดเกลา แต่ไร้อัตลักษณ์ของเจ้านั้นไม่มีคุณสมบัติใดๆ อยู่แล้ว นั่นหมายความว่า