พิสูจน์ด้วยตาตัวเองดูสักครั้ง ว่าเบื้องหลังความมั่นใจของเจ้านั้น มีความแข็งแกร่งที่ทัดเทียมกันอยู่จริงหรือไม่”
เสียงของ [เรือใบหนึ่งลำ] ต่ำและทรงพลัง พร้อมกับอำนาจที่ไม่ต้านทาน ทั่วทั้งลานประลอง ราวกับอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดของพายุที่กำลังจะมาถึง
“จำลองสนามประลอง… เริ่ม!”
ในตอนนั้นเอง เสี่ยวอี้… พิธีกรที่เคลื่อนที่ไปมาในสนามประลองด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวานและท่วงท่าที่คล่องแคล่ว… ก็ค่อยๆ เอ่ยปาก ราวกับนักเวทย์ผู้ควบคุมกาลเวลา พร้อมกับคำพูดของนาง โลกรอบข้างราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นชักนำ เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าอัศจรรย์
ลานประลองที่เดิมทีว่างเปล่าและธรรมดา ในพริบตาก็กลับกลายเป็นแปลกประหลาดหลากสีสัน ราวกับถูกร่ายด้วยเวทมนตร์ชั้นสูงสุด พื้นดินใต้เท้าของทั้งสองคนค่อยๆ เลือนหายไป ทิวทัศน์รอบข้างราวกับกระจกที่บิดเบี้ยว ประกอบขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว และในที่สุดก็หยุดนิ่งอยู่ในพื้นที่แห่งใหม่ที่เป็นอิสระ
ที่นี่ ไม่มีเสียงอึกทึกของผู้ชม ไม่มีเสียงบรรยายของพิธีกร มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น
ภายในพื้นที่แห่งนี้ แสงสว่างอ่อนโยนและแปลกประหลาด ไม่ใช่ความสว่างของกลางวัน และไม่ใช่ความมืดมิดของกลางคืน แต่เป็นความอ่อนโยน