านก็มาแย่งกับข้า ช่างน่าสนใจจริงๆ”
เหออวิ๋นก็ไม่ยอมถอยเช่นกัน
ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน การต่อสู้พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ
“เหอะๆ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะสู้กันรึเปล่า”
“สวีหยางคือยอดฝีมือของ [กองทัพพยัคฆ์เสือดาว] นะ เจ้าหนูนั่นดูอายุน้อยขนาดนั้น ถ้าสู้กันจริงๆ ต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสวีหยางแน่”
“จะสนทำไมเล่า พวกเขาก็เป็นคนในกองทัพพิฆาตอสูรทั้งคู่ ต่อให้สู้กัน ก็มีกฎของกองทัพลงโทษพวกเขาอยู่แล้ว พวกเราก็แค่ดูเรื่องสนุกก็พอ”
“ไอ้พวกกองทัพพิฆาตอสูรนี่ แต่ละคนหยิ่งผยองกันนัก ข้ายิ่งอยากให้พวกมันแตกคอกันเองแล้วสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง”
…
“เกิดอะไรขึ้น! หนวกหูเสียงดังโหวกเหวกโวยวาย ข้ายังต้องทำมาหากินอยู่นะ!”
เจ้าของร้านที่กำลังตีอาวุธอยู่ข้างใน เมื่อได้ยินเสียงข้างนอกก็รีบเดินออกมา
คนที่รับผิดชอบขายอาวุธ เล่าสถานการณ์ให้หนิงเป้าฟัง
หนิงเป้าได้ฟังดังนั้นก็กล่าวว่า “พวกเจ้าสองคนนี่มันกินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำรึไง ถึงได้มาแย่งอาวุธกันอยู่ได้แบบนี้ เอาอย่างนี้แล้วกัน พวกเจ้าไปสู้กันบนลานประลอง ใครชนะ กระบี่เล่มนี้ก็ให้คนนั้นซื้อไป”
“แน่นอนว่า ฝ่ายที่แพ้ ข้าจะตีเล่มใหม่ให้เป็นการส่วนตัว แบบนี้พวกเจ้าพอใจไหม?