้าจะสอนเจ้าหนูใหม่คนนี้เอง ให้เจ้ารู้ว่าในค่ายทหารน่ะ ไม่มีฝีมือก็อย่ามาอวดดี”
เหออวิ๋นกล่าวอย่างเยือกเย็น “อย่าเพิ่งได้ใจไป ใครแพ้ใครชนะยังไม่แน่หรอก”
“ฮ่าๆๆๆ!!!”
“ปากดีจริงๆ! เจ้าเป็นแค่ทหารใหม่ยังกล้าโอหังขนาดนี้ ไม่รู้จริงๆ ว่าเด็กหนุ่มสมัยนี้เอาความมั่นใจมาจากไหนกัน”
“เจ้าหนู ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่า การโอหังโดยไม่มีฝีมือ มันก็เป็นได้แค่เรื่องตลกเรื่องหนึ่ง ข้ารอเจ้าอยู่บนลานประลอง อย่าทำตัวเป็นเต่าหัวหดล่ะ”
สวีหยางหัวเราะเยาะไม่หยุด แล้วเดินไปยังทิศทางของลานประลอง
จ้าวลิ่วมองเหออวิ๋น แล้วกล่าวว่า “เจ้าหนูนี่ จะไปมีเรื่องกับเจ้านั่นทำไมกัน”
“เขารับราชการทหารมาหลายปี เป็นผู้แข็งแกร่งขอบเขตทองคำแล้ว เจ้าจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อย่างไรกัน?”
“ช่างเถอะน่า ครั้งนี้ข้าจะขึ้นไปสู้แทนเจ้าเอง ต่อให้แพ้ ข้าก็จะไม่แพ้จนน่าเกลียดเกินไป”
เหออวิ๋นขวางจ้าวลิ่วไว้ แล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าข้าไม่มีความมั่นใจอยู่บ้าง จะไปตอบรับคำท้าแบบนั้นได้อย่างไร”
จ้าวลิ่วขมวดคิ้ว “เจ้ามั่นใจจริงๆ เหรอ?”
จากนั้น เขาก็ส่ายหน้า แล้วกล่าวว่า “เป็นไปได้ยังไง เจ้าไม่ใช่ว่าเพิ่งจะอยู่ขอบเขตเงินหนึ่งดาวหรอกรึ?”
เหออวิ๋นตอบ “ท