ั้งที่ปีนขึ้นไป ก็ทำให้เขายืนอยู่บนมุมมองที่สูงขึ้น มองเห็นโลกที่กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งขึ้น
“ฆ่า!”
เหออวิ๋นตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด เสียงของเขาราวกับเสียงฟ้าคำรามดังก้องไปทั่วสนามรบที่ว่างเปล่า สั่นสะเทือนทุกอณูของอากาศ ราวกับว่าแม้แต่ฟ้าดินก็ยังต้องสั่นสะเทือนตาม
ในดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งสงคราม
“เพลงกระบี่ปลิดชีพ!”
พร้อมกับเสียงตะโกนอันเย็นเยียบนี้ ดาบยาวในมือของเหออวิ๋นราวกับถูกมอบชีวิตให้ ปลายดาบส่องประกายเย็นเยียบราวกับดวงดาวที่สว่างที่สุดในท้องฟ้ายามค่ำคืน
ร่างของเขาพลันไหววูบ ปรากฏขึ้นข้างกายหมาป่าอสูรตัวหนึ่งราวกับภูตผี
ประกายกระบี่สว่างวาบ รวดเร็วจนทำให้คนตาพร่ามัว ทิ้งไว้เพียงเส้นทางสีเงินที่วาดผ่านอากาศเป็นเส้นโค้งที่สมบูรณ์แบบ
“ฉัวะ!”
เสียงทึบๆ ดังขึ้น นั่นคือเสียงของคมดาบที่ทะลวงผ่านเนื้อหนัง พร้อมกับความโหดเหี้ยมและเด็ดขาดที่ยากจะบรรยาย
ดวงตาของหมาป่าอสูรฉายแววตื่นตระหนกและไม่พอใจ ร่างมหึมาของมันภายใต้การโจมตีครั้งนี้ของเหออวิ๋น กลับเปราะบางราวกับกระดาษ ถูกฉีกกระชากอย่างง่ายดาย โลหิตสาดกระเซ็น ย้อมผืนดินโดยรอบให้เป็นสีแดง และยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังทำลายอันน่าสะพรึ